คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : สะพานฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ สัญลักษณ์แห่งเมืองบัลติมอร์

3.04.24 | 01:13 น.
(Photo by Brendan Smialowski / AFP)

คอลัมน์ แกะรอยต่างแดน : สะพานฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ สัญลักษณ์แห่งเมืองบัลติมอร์

เหตุการ์เรือบรรทุกชนสะพานฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ เมืองบัลติมอร์ รัฐแมริแลนด์ สหรัฐอเมริกา จนสะพานพังลถ่มลงมา กลายเป็นข่าวใหญ่ไปทั่วโลก โดยเบื้องต้น มีรายงานผู้ร่วงลงไปในน้ำ 6 ราย เป็นผู้ที่อยู่บนสะพาน

ขณะที่ลูกเรือบนเรือบรรทุกที่พุ่งชนนั้น ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด

สำหรับสะพานฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ นี้ หรือง สะพานบัลติมอร์ เปิดใช้งานตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม ค.ศ.1977 โดยชื่อตั้งขึ้นเพื่อเป็นเกียรติแก่ ฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ กวีชาวแมริแลนด์ ในยุคศตวรรษที่ 19 ผู้ประพันธ์เนื้อร้องเพลงชาติสหรัฐ “เดอะสตาร์ สแปรงเกิลด์ แบนเรอร์”

โดยสะพานมีความยาว 2,632 เมตร ที่พาดผ่านตอนใต้ของแม่น้ำปาทัปส์โก กับท่าเรือบัลติมอร์ ซึ่งสะพานเป็นสะพานแบบโครงถักต่อเนื่อง ช่วงโครงถักหลักมีความยาวถึง 366 เมตร

Advertisement

สะพานแห่งนี้เคยถูกจัดอันดับให้เป็นสะพานแบบโครงถักที่ยาวเป็นอันดับ 3 ของโลก และได้กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองบัลติมอร์

สะดานฟรานซิส สก็อตต์ คีย์ นี้ ถือเป็นส่วนสุดท้าย ที่ทำให้ถนนสายอินเตอร์สเตต695 ครบวง ทำให้โครงการถนนที่กินระยะเวลาสร้างนาน 2 ทศวรรษ สิ้นสุดลง

บนสะพานมีช่องทางสำหรับสัญจร 4 ช่องทางด้วยกัน และระยะลอดใต้สะพาน มีความสูง 56 เมตร บริหารงานโดยองค์การขนส่งรัฐแมริแลนด์

โดยในเดือนกรกฎาคม 2013 ค่าบริการในการขึ้นสะพานนี้ อยู่ที่คันละ 4 ดอลลาร์สหรัฐ และตั้งแต่ 30 ตุลาคม 2019 สะพานก็เริ่มใช้ระบบจ่ายเงินแบบไม่ใช้เงินสด

แต่ละปี สะถานบัลติมอร์นี้ รองรับรถได้มากถึงกว่า 11 ล้านคัน !!

เหตุการณ์ที่เรือบรรทุกชนตอม่อสะพาน จนทำให้สะพานถังลถ่มลงมา ไม่เพียงแต่ทำให้เส้นทางการจราจรมีปัญหาติดขัดมากขึ้น แต่ยังรวมไปถึงการหยุดชะงักครั้งใหญ่ ของการขนส่งสินค้าทางทะเล ที่ท่าเรือบัลติมอร์ ที่ถือว่าเป็นท่าเรือที่พลุกพล่านที่สุดแห่งหนึ่ง ของชายฝั่งตะวันออกของสหรัฐอเมริกาเลยก็ว่าได้

ตอนนี้ก็ต้องดูว่า ท่าเรือบัลติมอร์ จะต้องปิดทำการนานหรือไม่ แต่ยิ่งปิดนานเท่าไหร่ มูลค่าสูญเสียทางเศรษฐกิจ ก็มากขึ้นเท่านั้น