สู้รัสเซีย! สหรัฐอนุมัติ ขายยุทโธปกรณ์ กว่า 5,000 ล้านบ. ให้ยูเครนอัพเกรด ระบบป้องกันโจมตีทางอากาศ
รัฐบาลสหรัฐอเมริกาตกลงขายยุทโธปกรณ์ทางทหารมีมูลค่า 138 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับยูเครนที่มีความต้องการอย่างเร่งด่วนเพื่อนำไปใช้ในการซ่อมบำรุงและยกระดับระบบป้องกันภัยทางอากาศของตนเองในการสู้ศึกสงครามกับรัสเซีย
สำนักงานความร่วมมือด้านการป้องกันความมั่นคงของสหรัฐ แถลงเมื่อวันที่ 3 เมษายนว่า ยูเครนมีความต้องการอย่างเร่งด่วนที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันการโจมตีด้วยขีปนาวุธของรัสเซียและความสามารถทางอากาศของกองทัพรัสเซีย
“การบำรุงรักษาระบบป้องกันทางอากาศ HAWK จะช่วยยกระดับความสามารถของยูเครนในการปกป้องประชาชนและโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของชาติ” สำนักงานความร่วมมือด้านการป้องกันความมั่นคงของสหรัฐระบุในถ้อยแถลง และว่า การขายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวจะไม่ไปเปลี่ยนแปลงสมดุลทางทหารในภูมิภาคนี้แต่อย่างใด
ทั้งนี้ ระบบป้องกันการโจมตีทางอากาศของยูเครน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยเครื่องบินรบและระบบขีปนาวุธในยุคสหภาพโซเวียต ซึ่งยูเครนใช้ในการรับมือการบุกรุกรานของรัสเซียที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2022 นั้น ได้รับการปรับปรุงด้วยยุทโธปกรณ์และความช่วยเหลือจากสหรัฐมานับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้น โดยสหรัฐได้จัดหาระบบป้องกันภัยทางอากาศที่ล้ำสมัย ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธแพทริออตและระบบป้องกันในรุ่นเก่ากว่าอย่างขีปนาวุธ HAWK ให้กับยูเครนเพื่อใช้ในการตอบโต้โจมตีทางอากาศของรัสเซีย
การอนุมัติขายยุทโธปกรณ์ดังกล่าวของสหรัฐมีขึ้นท่ามกลางเสียงเรียกร้องหนักขึ้นของทางยูเครนที่ให้สหรัฐเร่งส่งมอบความช่วยเหลือทางทหาร ที่รัฐบาลประธานาธิบดีโจ ไบเดน ได้เสนอไว้มีมูลค่า 60,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ให้กับยูเครนได้แล้ว ทว่าแผนความช่วยเหลือทางทหารดังกล่าวขณะนี้ยังถูกพรรครีพับลิกันขวางอยู่ในสภาคองเกรสสหรัฐมาเป็นเวลาหลายเดือนแล้ว โดยหากความช่วยเหลือดังกล่าวได้รับการอนุมัติจะเปิดทางให้มีการจัดส่งอาวุธยุทโธปกรณ์และกระสุนปืนให้กับทหารยูเครนที่สู้รบอยู่ในแนวหน้า
เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ยังออกมากล่าวกดดันอีกว่า ยูเครนจะแพ้สงครามหากสภาคองเกรสสหรัฐไม่อนุมัติแผนความช่วยเหลือดังกล่าว ซึ่งมีขึ้นในขณะที่รัสเซียได้เปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศถล่มโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานของยูเครนครั้งใหญ่ที่สุดในช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

