หน้าแรก ต่างประเทศ เวียดนามสั่งป...

เวียดนามสั่งประหารชีวิต มหาเศรษฐีธุรกิจอสังหาฯ คดีฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ ทำชาติเสียหายหลายหมื่นล้านดอลล์.

11.04.24 | 13:55 น.
ภาพเอเอฟพี

เวียดนามสั่งประหารชีวิต มหาเศรษฐีธุรกิจอสังหาฯ คดีฉ้อโกงครั้งประวัติศาสตร์ ทำชาติเสียหายหลายหมื่นล้านดอลล์.


สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า นางเจือง มาย ลัน มหาเศรษฐีชาวเวียดนาม ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานบริษัท วันทิงห์ฟัต ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยักษ์ใหญ่ อาจเผชิญโทษสูงสุดถึงประหารชีวิต ในการพิจารณาคดีที่จะมีขึ้นที่นครโฮจิมินห์ของเวียดนามในวันที่ 11 เมษายนนี้ จากการที่เธอพร้อมพวกถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินจากธนาคารพาณิชย์ไซง่อน คอมเมอร์เชียล แบงก์ (เอสซีบี) เป็นเวลานานกว่า 10 ปี ที่สร้างความเสียหายให้มีมูลค่ากว่า 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งเป็นถือหนึ่งในคดีฉ้อโกงคดีใหญ่ที่สุดในเวียดนาม

โดยนางเจืองและผู้สมรู้ร่วมคิดอีก 85 คน ซึ่งรวมถึงอดีตผู้ว่าการธนาคารกลางหลายคน อดีตเจ้าหน้าที่รัฐ และอดีตผู้บริหารของธนาคารเอสซีบี จะเผชิญการถูกตัดสินและลงโทษที่ศาลในนครโฮจิมินห์ หลังจากมีการพิจารณาคดีมานาน 5 สัปดาห์ ในหลายข้อหาซึ่งรวมถึงข้อหาติดสินบน ใช้อำนาจโดยมิชอบ การจัดสรรเงินและละเมิดกฎหมายการธนาคาร ซึ่งนางเจืองปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหาพร้อมกล่าวโทษผู้ใต้บังคับบัญชาของตนเอง

อัยการได้ร้องขอให้ศาลลงโทษประหารชีวิตนางเจือง ซึ่งเป็นการลงโทษที่รุนแรงเป็นพิเศษในคดีเช่นนี้ หลังจากนางเจืองถูกกล่าวหาว่าฉ้อโกงเงินมูลค่า 12,500 ล้าน แต่ล่าสุดอัยการชี้ว่าความเสียหายที่เกิดขึ้นจากขบวนการหลอกลวงของนางเจืองขณะนี้มีมูลค่าถึง 27,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ทั้งนี้ นางเจืองและจำเลยร่วมอีก 85 คน ได้ถูกทางการจับกุม ส่วนหนึ่งของการปราบปรามการทุจริตแห่งชาติที่แทรกซึมไปในหมู่เจ้าหน้าที่รัฐจำนวนมากและผู้นำภาคธุรกิจชั้นนำในเวียดนาม

Advertisement

ในการปรากฏตัวเพื่อกล่าวถ้อยแถลงในคดีเป็นครั้งสุดท้ายต่อศาลเมื่อสัปดาห์ก่อน นางเจืองกล่าวว่าในความรู้สึกสิ้นหวัง ตนคิดเรื่องฆ่าตัว และว่ารู้สึกโกรธมากที่ตัวเองโง่พอที่จะไปเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่ดุเดือดอย่างภาคธนาคาร ซึ่งตัวเองมีความรู้เพียงน้อยนิด

ตำรวจเวียดนามระบุว่า มีผู้ตกเป็นเหยื่อคดีฉ้อโกงอื้อฉาวช็อกประเทศครั้งนี้มากถึง 42,000 ราย โดยนางเจือง ซึ่งถูกเจ้าหน้าที่จับกุมตัวในเดือนตุลาคมปี 2022 ยังถูกกล่าวหาว่าปลอมแปลงการยื่นขอสินเชื่อเพื่อจะนำเงินออกไปจากธนาคารเอสซีบีที่นางเจืองถือหุ้นอยู่ 90%

ตำรวจระบุต่อว่าผู้ตกเป็นเหยื่อในขบวนการหลอกลวงนี้เป็นผู้ถือพันธบัตรของธนาคารเอสซีบีทั้งหมดที่ไม่สามารถถอนเงินของตนเองและไม่ได้รับดอกเบี้ยหรือจ่ายเงินต้นของเงินกู้นับตั้งแต่มีการจับกุมนางเจืองได้ โดยมูลค่าทรัพย์สินที่นางเจืองถูกกล่าวหาว่ามีการจัดสรรไว้ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างปี 2012-2022 มีมูลค่าเทียบกับราวๆ 3% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ในปี 2022 ของเวียดนาม

ล่าสุดมีรายงานว่า คณะลูกขุนศาลนครโฮจิมินห์มีคำตัดสินแล้วให้ลงโทษประหารชีวิตนางเจือง โดยคณะลูกขุนได้ปฏิเสธข้อโต้แย้งทั้งหมดของจำเลย และชี้ว่าการกระทำของนางเจืองและพวกได้เซาะกร่อนทำลายความไว้วางใจของประชาชนที่มีต่อคณะผู้นำพรรคคอมมิวนิสต์เวียดนามและประเทศชาติ