หน้าแรก ต่างประเทศ เศร้า สาวลูกค...

เศร้า สาวลูกครึ่งไทย-สวีเดน ถูกแฟนหนุ่มฆ่า ขณะตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน แม่ช็อกเล่านาทีพบศพ

11.04.24 | 18:03 น.

เศร้า สาวลูกครึ่งไทย-สวีเดน ถูกแฟนหนุ่มฆ่า ขณะตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน แม่ช็อกเล่านาทีพบศพ

เดลิเมล์ รายงานว่า สาวลูกครึ่งไทย-สวีเดน วัย 20 ปี ซึ่งท้อง 7 เดือน ถูกแฟนหนุ่มชาวโซมาเลีย วัย 22 ปี ทำร้ายเสียชีวิต

ซากา ฟอร์สเกรน เอลเนบอร์ก วัย 20 ปี ถูกรัดคอตายด้วยสายไฟที่บ้านของเธอ ในเมือง โอเรโบร เมื่อเดือนเมษายน ปี 2566 ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกให้กับคนในประเทศสแกนดิเนเวียนี้ ขณะนั้นเธอตั้งครรภ์ได้ 7 เดือน ในขณะที่เธอเสียชีวิต

อัยการ อ้างว่า โมฮาเมดามิน อับดิริเสก อิบราฮิม วัย 22 ปี แฟนหนุ่มของเธอซึ่งเป็นผู้ลี้ภัยชาวโซมาเลีย เป็นผู้สังหารเธอเมื่อเดือนเมษายนปีที่แล้ว เพราะไม่กล้าที่จะเผชิญหน้ากับความอับอาย ที่ต้องบอกกับครอบครัวชาวมุสลิมของเขา ว่าคบหากับแฟนที่เป็นลูกครึ่งไทยสวีเดน และยังเป็นคริสเตียน กำลังตั้งครรภ์

อัยการ กล่าวหาว่าในคืนที่อิบราฮิมจะบอกครอบครัวว่าซากา ตั้งครรภ์ เขาไปที่แฟลตของเธอในเมืองโอเรโบร และฆ่าเธอ

Advertisement

มาลิสา เอลเนบอร์ก แม่ของเธอ บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่า เธอคือคนที่พบว่าลูกสาวของเธอนอนตายอยู่ในอพาร์ตเมนต์ของเธอในเมือง ที่อยู่ห่างจาก สตอล์กโฮล์ม สวีเดน ไปทางตะวันตก 100 ไมล์ เธอบอกว่า คุยโทรศัพท์กับจูเลีย ลูกสาวอีกคน ในช่วงเวลาที่เธอค้นพบเหตุการณ์ที่น่าเศร้านี้ และกรีดร้องผ่านโทรศัพท์ด้วยความเศร้าโศก

แม่ของซากา บอกกับตำรวจเมื่อปีก่อน หลังลูกถูกสังหาร โดยว่า ลูกสาวของเธอกังวลใจเพราะรู้ว่า อิบราฮิม วางแผนที่จะบอกพ่อว่ากำลังจะเป็นพ่อคน ซึ่งที่ผ่านมา แฟนหนุ่มนั้นได้ปิดบังครอบครัว ซึ่งเป็นมุสลิมเคร่งศาสนา และซากา เป็นคริสเตียน

แม่ของซากา ยังกล่าวอีกว่า เธอเคยพบกับแฟนหนุ่มของลูกสาว เพียง 2-3 ครั้ง และว่า ลูกสาวเธอประหม่าขณะกำลังรอข่าวจากแฟนหนุ่ม และจำได้ว่า ลูกเธอเช็กโทรศัพท์บ่อยแค่ไหน ก่อนจะกลับไปรอแฟนหนุ่มที่อพาร์ตเมนต์ ซึ่งแม่ก็ได้อวยพรให้เธอโชคดี

แต่โชคร้ายที่ นั่นเป็นครั้งสุดท้ายที่เธอได้พบกับลูกสาวอย่างมีชีวิตอยู่

วันต่อมา แม่ของซากาได้ไปยังอพาร์ตเมนต์ลูกสาว เพื่อเก็บของบางอย่าง ซึ่งเธออยู่กับลูกสาวตลอด เพื่อช่วยเธอระหว่างตั้งครรภ์ แต่ออกไปไม่กี่วัน เพื่อที่จะได้ใช้เวลาอย่างเป็นส่วนตัว พอไปถึงก็ได้กดกริ่งประตูแต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ ซึ่งทำให้เธอหงุดหงิด และตะโกนไป แต่ก็ไม่ได้รับคำตอบ จึงได้ใช้กุญแจไขเข้าไปในห้อง และพบว่าประตูปลดล็อกแล้ว

ก่อนจะมองไปทั่วอพาร์ตเมนต์ และพบมีดวางอยู่บนกล่องในโถงทางเดิน และก๊อกน้ำในครัว มีน้ำพุ่งออกมา จึงได้ปิดก๊อกและตะโกนหาลูกสาว และก็เห็นว่าเธอนอนอยู่ บนร่างของเธอมีโต๊ะหินอ่อนทรงสี่เหลี่ยม ที่ปรากฏให้รูปถ่ายในที่เกิดเหตุ ทำให้เธอช็อก และพูดกับลูกสาวที่อยู่ในสายว่า “เธอตายแล้ว พวกเขาฆ่าซากา”

แม่ของเธอก็ค้นพบในเวลาต่อมา ว่ามีสายไฟพันรอบคอเธอ และมีโคมไฟอยู่ด้านข้าง เธอจึงรีบโทรแจ้งตำรวจ

ต่อมา อัยการก็ได้กล่าวหา อามิน หรือโมฮาเมดามิน อับดิริเสก อิบราฮิม ว่าเป็นผู้ฆ่าซากา โดยเพิ่งถูกตั้งข้อหาสัปดาห์ที่แล้ว เกือบ 1 ปีหลังจากซากาเสียชีวิต

อัยการระบุว่า เขาเติบโตมาในครอบครัวที่เชื่อว่าการออกเดตกับผู้หญิงผิวขาว ไม่โอเค และต้องเดตกับผู้หญิงวัฒนธรรมเดียวกัน จึงปิดบังความสัมพันธ์กับซากา ที่คบกันมา 2 ปี เพราะครอบครัวไม่ยอมรับ ในคำฟ้องของอัยการระบุว่า อามิน ได้สังหารเธอด้วยการรัดคอ จนหายใจไม่ออก โดยใช้แรงกดที่คอ ส่งผลต่อหลอดเลือดที่จะไปเลี้ยงศีรษะ

ในข้อความที่ อามิน ได้ส่งหาซากานั้น ได้บอกเธอว่า จะบอกกับครอบครัวเรื่องความสัมพันธ์ของพวกเขา และลูก ในวันที่ 28 เมษายน คืนเดียวกันกับที่เธอถูกสังหาร ซึ่ง อามิน ได้บอกว่าหัวใจเขาเต้นแรง ขณะที่ซากา พยายามทำให้เขามั่นใจว่าทุกอย่างจะไม่เป็นไร

อัยการ กล่าวหาว่า อามิน ไปที่แฟลตของซากา และรัดคอเธอด้วยสายไฟจากโคมไฟข้างเตียงจนตาย ทั้งนี้ ทารกของพวกเขา มีน้ำหนัก 1.7 กิโลกรัมในตอนนั้น เสียชีวิตในท้อง

ไม่มีหลักฐานบ่งชี้ว่า ครอบครัวอิบราฮิม มีส่วนเกี่ยวข้องกับฆาตกรรมซากา หรือไม่ ทั้งยังมีการระบุว่า อามิน พยายามโน้มน้าวให้เธอทำแท้งก่อนหน้านี้ แต่ซากา ตื่นเต้นที่จะได้เป็นแม่คน และยังมีการเตรียมตัว แชร์ภาพให้กับเพื่อนๆ ในออนไลน์ได้ดู ทั้งภาพยืนโชว์ครรภ์ หน้าเปลนอน หรือภาพอัลตราซาวด์ของลูกน้อย รองเท้าสีแดงของลูก

และยังมีรายงานด้วยว่า พบดีเอ็นเอของอิบราฮิม อยู่ในเล็บของซากาด้วย

ทั้งนี้ อิบราฮิม มีกำหนดขึ้นศาล ในข้อหาฆาตกรรมในวันที่ 10 เมษายน เกือบ 1 ปี หลังจากแฟนสาวเขาเสียชีวิต เขาปฏิเสธ และอ้างว่าเขารักซากา และยังไม่เชื่อว่าแฟนของเขาเสียชีวิต