สหรัฐสั่งห้าม จนท.มะกันในอิสราเอลเดินทางออกนอกเขต หลังอิหร่านประกาศตอบโต้
สหรัฐอเมริกาสั่งควบคุมการเดินทางของเจ้าหน้าที่ที่ทำงานในอิสราเอล ขณะที่ความกังวลว่าอิหร่านจะทำการโจมตีตอบโต้ หลังอิสราเอลส่งเครื่องบินไปโจมตีแผนกงสุลของสถานทูตอิหร่านในซีเรีย ซึ่งทำให้เจ้าหน้าที่อิหร่านเสียชีวิต 13 ราย ซึ่งรวมถึงนายพลคนสำคัญ 2 คน
สถานทูตสหรัฐระบุว่า เจ้าหน้าที่ได้รับคำสั่งไม่ให้เดินทางออกไปนอกเขตกรุงเยรูซาเล็ม เทลอาวีฟ และเบียร์เซบา พร้อมกับขอให้ใช้ความระมัดระวังอย่างยิ่งด้วย
คำสั่งดังกล่าวมีขึ้นหลังจากอิหร่านประกาศว่าจะตอบโต้ปฏิบัติการของอิสราเอล ที่อิหร่านเชื่อว่าได้รับไฟเขียวจากสหรัฐ แม้ว่าอิสราเอลจะไม่ได้ออกมายอมรับว่าอยู่เบื้องหลังการโจมตีดังกล่าว แต่หลายฝ่ายเชื่อว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือของอิสราเอล
ลอร์ดแคเมอรอนแห่งชิปปิงนอร์ตัน รัฐมนตรีต่างประเทศสหราชอาณาจักร ได้โทรศัพท์หารือกับนายฮุซัยน์ อะมีร อับดุลลอฮิยอน รัฐมนตรีว่ต่างประเทศอิหร่าน เพื่อเรียกร้องให้ยุติการทำให้สถานการณ์บานปลายออกไป
ลอร์ดแคเมอรอนกล่าวว่า เขาได้ชี้แจงให้รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านเข้าใจอย่างชัดเจนว่า อิหร่านจะต้องไม่ดึงตะวันออกกลางเข้าไปสู่ความขัดแย้งที่ขยายวงกว้างขึ้น โดยเขากังวลอย่างยิ่งต่อโอกาสในการคาดคำนวนผิดที่จะทำให้ความรุนแรงขยายตัวออกไป
ขณะที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ เตือนการออกมาขู่ว่าจะทำการโจมตีครั้งใหญ่ พร้อมประกาศว่าสหรัฐจะให้การสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มที่
ด้านนายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ยืนยันว่า รัฐบาลของเขาพร้อมที่จะรับมือกับความท้าทายด้านความมั่นคง และเตือนว่าอิสราเอลจะเล่นงานประเทศใดก็ตามที่ทำร้ายอิสราเอล เราเตรียมพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการด้านความมั่นคงทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นการป้องกันหรือการดำเนินการเชิงรุก

