‘ไทย-ลาว’ ร่วมฉลอง 30 ปีสะพานมิตรภาพแห่งที่ 1
นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ เป็นประธานในพิธีเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 (หนองคาย-เวียงจันทน์) ที่จังหวัดหนองคาย ร่วมกับนายสะเหลิมไซ กมมะสิด รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และ Ms. Robyn Mudie อธิบดีกรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ กระทรวงการต่างประเทศและการค้า เครือรัฐออสเตรเลีย โดยมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการต่างประเทศ และคณะทูตต่างประเทศประจำประเทศไทยเข้าร่วมพิธี
พิธีดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมต่าง ๆ ที่จังหวัดหนองคายและนครหลวงเวียงจันทน์ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลองโอกาสครบรอบ 30 ปี สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 โดยกระทรวงการต่างประเทศได้เชิญคณะทูตจากประเทศสมาชิกอาเซียนและประเทศคู่เจรจามาร่วมงานด้วย เพื่อจะได้เห็นศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจของจังหวัดหนองคายและจังหวัดใกล้เคียง นอกจากนั้น ยังเป็นโอกาสในการนำเสนอศักยภาพด้านความเชื่อมโยงและการคมนาคมขนส่งทั้งทางถนนและทางรางระหว่างไทยกับสปป. ลาว รวมทั้งในระดับภูมิภาค โดยมีสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 รวมทั้งโครงสร้างพื้นฐานต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในพื้นที่เป็นส่วนสำคัญ

สะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกที่เชื่อมไทยกับ สปป. ลาว เข้าด้วยกัน และเป็นช่องทางการค้าสำคัญที่สุดระหว่างสองประเทศ โดยมูลค่าการนำเข้าและส่งออกผ่านสะพานแห่งนี้คิดเป็นสัดส่วนถึงกว่าร้อยละ 33 ของมูลค่าการค้าชายแดนไทย-ลาว ทั้งหมด ดังนั้น สะพานแห่งนี้จึงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้าชายแดนระหว่างสองประเทศ พร้อมทั้งช่วยขับเคลื่อนกิจกรรมทางเศรษฐกิจ กระตุ้นให้เกิดการลงทุน และสร้างงานสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในพื้นที่ทั้งในฝั่งไทยและลาว
นอกจากนั้น สะพานแห่งนี้ยังเป็นข้อต่อสำคัญของความเชื่อมโยงด้านการคมนาคมขนส่งระหว่างสองประเทศและในระดับภูมิภาค โดยเป็นสะพานมิตรภาพระหว่างไทยกับประเทศเพื่อนบ้านเพียงแห่งเดียวที่มีระบบการขนส่งทั้งทางถนนและทางราง และโดยที่การขนส่งโดยรถไฟจะมีความสำคัญขึ้นเรื่อย ๆ ไทยและสปป. ลาว จึงกำลังหารือกันในการก่อสร้างสะพานรถไฟข้ามแม่น้ำโขงแห่งใหม่ โดยจะตั้งอยู่คู่ขนานกับสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 เพื่อรองรับอนาคตที่ปริมาณการขนส่งข้ามแดนโดยรถไฟจะเพิ่มขึ้นจนเกินกว่าที่รางรถไฟที่มีอยู่แล้วบนสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 จะรองรับได้ โดยคาดว่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปี 2569 และแล้วเสร็จในปี 2572 ทั้งนี้ จะมีการพัฒนาศูนย์เปลี่ยนถ่ายสินค้าแบบครบวงจรทั้งในฝั่งไทยและ สปป. ลาว โดยในฝั่งไทยจะอยู่ที่สถานีนาทา จังหวัดหนองคาย เพื่อเชื่อมโยงการขนส่งสินค้าข้ามแดนทั้งทางถนนและทางรางเข้าด้วยกัน และสะพานรถไฟแห่งใหม่จะเชื่อมต่อกับเส้นทางรถไฟความเร็วสูงที่รัฐบาลไทยกำลังเร่งก่อสร้างจากกรุงเทพฯ มาถึงจังหวัดหนองคายด้วย
นายปานปรีย์ได้กล่าวว่าถึงความสำคัญของสะพานมิตรภาพไทย-ลาว แห่งที่ 1 ใน 3 ด้าน โดยสะพานแห่งนี้เป็นสายใยที่เชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างไทยและสปป.ลาว โดยพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดสะพานแห่งนี้ ในวันที่ 8 เมษายน 2537 ร่วมกับประธานประเทศลาวและ นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย ซึ่งเป็นการเปิดศักราชใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับ สปป. ลาว ที่แน่นแฟ้นจนถึงทุกวันนี้ อีกทั้งยังเป็นสะพานที่ช่วยเชื่อมโยงเศรษฐกิจของไทยและลาวและอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง รวมถึงยังเป็นสะพานที่เชื่อมโยงประชาชนของทั้งสองประเทศเข้าด้วยกัน โดยปีที่ผ่านมา มีประชาชนลาวที่เดินทางข้ามมายังประเทศไทยกว่า 1.8 ล้านคน และมีชาวไทยข้ามไปฝั่งลาวกว่า 1.2 ล้านคน โดยกว่าร้อยละ 40 เป็นการเดินทางผ่านสะพานแห่งนี้
ภายหลังพิธี รองนายกรัฐมนตรีฯ ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนเกี่ยวกับการเดินทางมาเป็นประธานร่วมในพิธีเปิดงานในครั้งนี้ ความสัมพันธ์และความร่วมมือไทย-สปป. ลาว รวมถึงท่าทีไทยและการดำเนินการของไทยต่อสถานการณ์ในเมียนมาและสถานการณ์ในอิสราเอล-อิหร่านด้วย


