หน้าแรก ต่างประเทศ ‘ปานปรีย์’ เต...

‘ปานปรีย์’ เตือนเมียนมาให้ระวัง หลังกระสุนปืนตกฝั่งไทย ลั่นไม่อยากให้เกิดการรุกล้ำข้ามแดน

21.04.24 | 16:43 น.

‘ปานปรีย์’ เตือนเมียนมาให้ระวัง หลังกระสุนปืนตกฝั่งไทย ลั่นไม่อยากให้เกิดการรุกล้ำข้ามแดน

เมื่อวันที่ 21 เมษายน นายปานปรีย์ พหิทธานุกร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมา ซึ่งมีผู้อพยพหนีภัยสงครามมายังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เป็นจำนวนมากว่า นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย ก่อนหน้านี้เราเคยมีกรณีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาข้ามฝั่งมาไทย จำนวน 10,000 คน พอเหตุการณ์สงบผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาก็ข้ามฝั่งกลับไป

นายปานปรีย์กล่าวต่อว่า กรณีดังกล่าวก็เช่นเดียวกัน คาดว่าหากเหตุการณ์ในเมียนมาเริ่มสงบ ผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาที่ข้ามมาฝั่งไทยก็จะทยอยกลับไป ซึ่งตอนนี้ได้รับรายงานว่ามีผู้ลี้ภัยชาวเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย จำนวน 3,000 คน ซึ่งในจำนวน 3,000 คนนี้อยู่ในการดูแลของกระทรวงมหาดไทย

ส่วนกรณีที่มีกระสุนปืนหนักตกมายังบริเวณกลางแม่น้ำเมยใกล้กับฝั่งประเทศไทยจนส่งผลให้เกิดกลุ่มควัน และมีกระสุนปืนจากฝั่งเมียนมายิงเข้ามายังฝั่งไทย กระสุนถูกยิงทะลุหน้าต่างมุ้งลวดบ้านหลังหนึ่ง ในบ้านวังตะเคียนใต้ หมู่ 7 ต.ท่าสายลวด อ.แม่สอด ทั้งสองกรณีนี้จะมีการตักเตือนทางการเมียนมา หรือป้องกันอย่างไร นายปานปรีย์ตอบว่า เป็นกระสุนจากฝั่งเมียนมาหลุดมาทางฝั่งไทย แต่ก็ไม่ได้สร้างความเสียหาย และไม่ได้รับรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บ และเราได้ทำการเตือนทางฝั่งเมียนมาว่าให้ระมัดระวัง เราไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์รุกล้ำข้ามเขตแดน ไม่ว่าจะทางบก หรือทางอากาศ รวมถึงการใช้อาวุธยุทโธปกรณ์ต่างๆ อย่าให้เข้ามาในประเทศไทย รวมถึงห้ามให้ประชาชนไทยได้รับอันตราย

สำหรับความคืบหน้าหลังจากนายกรัฐมนตรีได้มีการสั่งการให้มีการตั้งคณะกรรมการให้ติดตามสถานการณ์เมียนมา มีความคืบหน้าอย่างไรบ้าง นายปานปรีย์กล่าวว่า จะประชุมติดตามความคืบหน้าในวันพรุ่งนี้ (22 เม.ย.) ก่อนที่นายกฯจะบินไปอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก คงจะได้คำตอบและข้อสรุปในวันพรุ่งนี้ว่ามีความคืบหน้าอย่างไร

Advertisement

เมื่อถามถึงความพร้อมในการเป็น Peace broker นายปานปรีย์กล่าวว่า เบื้องต้นเราได้เรียกร้องให้ผ่านทางอาเซียนกดดันให้ทางเมียนมากลับสู่ความสงบโดยเร็ว ส่วนในเรื่องของการที่ไทยจะเป็นตัวกลางในการเจรจานั้น ตอนนี้กำลังเร่งทำงานกันอยู่ เพราะยังไม่ทราบว่าต้องเจรจาผ่านกลุ่มใด และการสู้รบยังเกิดขึ้นตลอดเวลา อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ก็มีการพูดคุยในระดับหนึ่ง