หน้าแรก ต่างประเทศ อิสราเอลโจมตี...

อิสราเอลโจมตีอิสฟาฮานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคือการเตือนสติอิหร่าน

24.04.24 | 15:34 น.

อิสราเอลโจมตีอิสฟาฮานเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคือการเตือนสติอิหร่าน

สำนักข่าวท้องถิ่นอิหร่านรายงานว่า อิหร่านยิงสกัดการโจมตีทางอากาศโดยโดรนไม่ทราบสัญชาติหลายลำในช่วงเช้าตรู่ของวันศุกร์ที่ 19 เมษายนที่ผ่านมานี้ โดยยิงสกัดโดรนตกทั้งหมดหลังจากมีเสียงระเบิดดังขึ้น ใกล้กับเมืองอิสฟาฮานทางตอนกลางของประเทศ ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพอากาศของอิหร่านรวมทั้งสถานที่ตั้งของโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน ล่าสุด มีรายงานว่าโครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับนิวเคลียร์ไม่ได้รับความเสียหายใดๆ

แต่ด้านเจ้าหน้าที่ชั้นสูงของสหรัฐอเมริกา 2 คน เปิดเผยว่า อิสราเอลได้ยิงขีปนาวุธโจมตีอิหร่านแล้ว หลังจากก่อนหน้านี้มีข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ระดับสูงในรัฐบาลสหรัฐอเมริกาว่า อิสราเอลแจ้งแผนการโจมตีโต้กลับอิหร่านที่ปล่อยโดรนติดระเบิดและขีปนาวุธนานาชนิดกว่า 300 ลูก มาโจมตีอิสราเอลเมื่อวันเสาร์ที่ 13 เมษายนที่ผ่านมา ตั้งแต่วันพฤหัสบดีที่ 18 เมษายนแล้ว แต่ทางการสหรัฐอเมริกาไม่เห็นชอบด้วยแต่ก็ไม่สามารถระงับการโจมตีครั้งนี้ได้

ในขณะที่สื่อทางการอิหร่านรายงานว่า พบโดรน 3 ลำ เหนือน่านฟ้าเมืองอิสฟาฮาน เมื่อเวลาประมาณเที่ยงคืนครึ่ง ตามเวลาท้องถิ่นและถูกยิงตกหมดและไม่มีความเสียหายอย่างไรเกิดขึ้น นอกจากเสียงระเบิดจากการถูกยิงตกเท่านั้น และกำลังสืบสวนตามข้อสันนิษฐานว่าเป็นโดรนติดระเบิดที่ปล่อยมาจากภายในประเทศอิหร่านเองของกลุ่มก่อการร้ายที่แทรกซึมเข้ามาในประเทศอิหร่าน

อย่างไรก็ตาม เป็นที่รู้กันว่าทางการอิสราเอลได้ฝึกซ้อมการทิ้งระเบิดและการยิงขีปนาวุธครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อที่จะทำลายโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่านที่เมืองอิสฟาฮานและเมืองนาตานซ์ ซึ่งอยู่ในจังหวัดอิสฟาฮานที่ตั้งอยู่ตอนกลางของประเทศอิหร่านมานานนับทศวรรษแล้ว ดังนั้น เดอะ นิวยอร์กไทม์ส สื่อที่ได้รับความเชื่อถือมากที่สุดของสหรัฐอเมริกา รายงานอ้างการวิเคราะห์ภาพถ่ายจากดาวเทียมบริเวณพื้นที่เมืองอิสฟาฮาน ทางตอนกลางของประเทศอิหร่าน ที่เชื่อว่าถูกอิสราเอลโจมตีเอาคืนเมื่อวันที่ 19 เมษายนที่ผ่านมา พบว่าการโจมตีฐานทัพอากาศเชการีที่ 8 ในเมืองอิสฟาฮานดังกล่าว กระทบต่อส่วนสำคัญของระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอส-300 ของอิหร่านที่ซื้อมาจากรัสเซีย

Advertisement

นิวยอร์กไทม์สใช้ภาพถ่ายดาวเทียมหลายภาพในการวิเคราะห์ตำแหน่งของพื้นที่ที่ได้รับความเสียหาย ยังได้รับการยืนยันจากนายคริส บิ๊กเกอร์ อดีตนักวิเคราะห์ภาพถ่ายของรัฐบาลสหรัฐอเมริกา ว่าการโจมตีของอิสราเอลครั้งนี้มุ่งที่แสดงให้ทางการอิหร่านตระหนักว่าระบบป้องกันทางอากาศ เอส-300 ของอิหร่านที่ผลิตในรัสเซียนั้น บรรดาอากาศยานของอิสราเอลสามารถทะลุทะลวงได้อย่างง่ายดาย แต่อิสราเอลไม่ต้องการสร้างความเสียหายให้กับอิหร่านไม่ว่าจะเป็นฐานทัพอากาศหรือโรงงานนิวเคลียร์ของอิหร่าน ซึ่งจากรายงานข่าวล่าสุดจากนางรีเบคคา รอมเมน แห่งสำนักข่าว Business Insider แจ้งว่าอาวุธที่อิสราเอลใช้ในการโจมตีครั้งนี้คือ ขีปนาวุธทางยุทธวิธี ชื่อว่า แรมเพจ (Rampage) ที่ติดตั้งกับเครื่องบิน เอฟ-16 ไอ SUFA ของกองทัพอากาศอิสราเอล ซึ่งการทำงานของขีปนาวุธแรมเพจนี้จะกำหนดเป้าหมายด้วยพิกัดดาวเทียม หรือจีพีเอส สามารถต่อต้านการรบกวนระบบนำร่องได้ ยิงได้ทุกกาลอากาศ ระบบควบคุมการยิงแบบโมดูลาร์ ไม่ซับซ้อน ยิงได้ทั้งจากเพดานบินสูงและต่ำ ใช้เวลาในการกระทบเป้าหมายไม่ถึง 5 นาที มีหัวรบให้เลือกทั้งแบบอเนกประสงค์ และแตกเป็นสะเก็ดก่อนถึงเป้า ซึ่งขีปนาวุธแรมเพจนี้ผลิตโดยอิสราเอลแอร์โรสเปซ อินดัสทรีส์ ซึ่งได้ขายให้กับกองทัพเรืออินเดียไปจำนวนหนึ่งแล้วเมื่อ 2 ปีก่อน และเป็นที่สนใจของอังกฤษและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ที่จะซื้อจากอิสราเอลเช่นกัน ดังนั้น การโจมตีอิหร่านครั้งนี้ก็เป็นการตลาดครั้งสำคัญที่อิสราเอลจะหาเงินเข้าประเทศจากการขายขีปนาวุธที่ทรงประสิทธิภาพนี้ได้เป็นอย่างดี เพราะการโจมตีโดยขีปนาวุธแรมเพจครั้งนี้เป็นการโจมตีเป้าหมายที่แม่นยำมาก ส่วนพื้นที่อื่นๆ ของฐานทัพอากาศและสนามบินใกล้เคียงดูเหมือนจะไม่ได้รับความเสียหายเช่นกัน ความแม่นยำของการโจมตี ลึกเข้าไปในอิหร่านได้อย่างสบาย แสดงให้เห็นว่าอิสราเอลเลือกเป้าหมายจำเพาะและจำกัดให้แคบลง นั่นคือ ระบบป้องกันภัยทางอากาศ เอส-300 ที่ผลิตในรัสเซียนั่นเองที่นำมาใช้ในการยับยั้งการโจมตีทางอากาศของอิสราเอล และการโจมตีทางอากาศอื่นๆ

การโจมตีทางอากาศของอิสราเอลต่ออิหร่านครั้งนี้ ทางการอิสราเอลไม่ได้แถลงอะไรทั้งสิ้น แต่ดูเหมือนอิหร่านจะรับลูกต่อโดยแถลงว่าเป็นโดรนติดระเบิดเพียง 3 ลำ ที่ยิงมาจากภายในประเทศอิหร่าน โดยพวกผู้ก่อการร้ายภายในอิหร่านเองโดยไม่ข้องแวะถึงอิสราเอลเลย เพราะถ้าเกิดสงครามระหว่างอิหร่านกับอิสราเอลโดยตรงแล้ว อิหร่านจะไม่มีระบบป้องกันภัยทางอากาศที่มีประสิทธิภาพเหมือนอิสราเอลแน่นอน และกำลังทางอากาศของอิหร่านก็เต็มไปด้วยเครื่องบินรบที่มีอายุกว่า 40 ปีแล้วทั้งสิ้น ไม่มีทางเทียบกับอิสราเอลซึ่งมีเครื่องบิน เอฟ-35 ได้เลย และสงครามส่วนใหญ่ต้องเป็นสงครามทางอากาศทั้งสิ้น เพราะอิสราเอลอยู่ห่างจากอิหร่านประมาณ 2,300 กิโลเมตร คงจะปะทะกันด้วยกองทัพบกไม่ได้ (ดูแผนที่)

โกวิท วงศ์สุรวัฒน์