บทความ: นวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศของอิสราเอลและความร่วมมือระดับโลก
หมายเหตุ: ต่อไปนี้เป็นบทความของ “ออร์นา ซากิฟ” เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย เนื่องในโอกาสวันคุ้มครองโลก

เนื่องในโอกาสวันคุ้มครองโลกปี 2567 ขอยกคำพูดของ ดร.เจน กู๊ดดอลล์ นักสัตววิทยาและมานุษยวิทยาอังกฤษ ที่กล่าวว่า “สิ่งที่คุณทำก็เพื่อให้เกิดความแตกต่าง และคุณต้องตัดสินใจว่าคุณต้องการสร้างความแตกต่างแบบใด” มีการบันทึกไว้ว่า พ.ศ. 2566 เป็นปีที่ร้อนที่สุดเป็นประวัติการณ์ ด้วยเหตุที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วโลกเพิ่มขึ้น 1.49 องศาเซลเซียส ดังนั้นจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงอย่างจริงจังและเร่งด่วน
วิกฤติสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นจำเป็นต้องมีการดำเนินการในทันที สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อปี 2566 ก็คือ อุณหภูมิในมหาสมุทรเพิ่มสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ อัตราการละลายของน้ำแข็งขั้วโลกเป็นเรื่องที่น่าตกใจ ในขณะเดียวกันความเข้มข้นของก๊าซเรือนกระจกก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นพร้อมกันในปีที่มีการบันทึกเหตุการณ์สภาพอากาศแบบสุดขั้ว และมีภัยพิบัติทางธรรมชาติเกิดขึ้นทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นพายุที่รุนแรง หรือไฟป่าที่กินพื้นที่กว้างขวาง เช่น ไฟป่าครั้งใหญ่ในแคนาดาที่ส่งผลให้มีหมอกควันปกคลุมไปถึงท้องฟ้าในนครนิวยอร์ก ไฟป่าในสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศในแถบทะเลเมดิเตอร์เรเนียน
นอกจากนั้นยังเกิดลมกรรโชกรุนแรงและน้ำท่วมใหญ่ในหลายพื้นที่ อย่างเช่น พายุแดเนียลในลิเบียที่ทำให้เกิดน้ำท่วมใหญ่และมีผู้เสียชีวิตหลายพันคน
ในเอเชีย มีการบันทึกอุณหภูมิที่สูงเป็นประวัติการณ์ในบังกลาเทศ อินเดีย ไทย และลาว พายุไซโคลนม็อคคาที่เกิดขึ้นในเมียนมาร์คร่าชีวิตผู้คนไปถึง 145 ราย และน้ำท่วมในเอเชียใต้ (ปากีสถานและอินเดีย) ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตไปเกือบ 2,900 คน เป็นที่น่ากังวลว่าปรากฏการณ์อันน่าสลดใจเหล่านี้ยังคงดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง
แล้วเราจะทำอะไรได้บ้างเมื่อต้องเผชิญกับความท้าทายที่น่ากลัวเช่นนี้
ก่อนอื่น เราต้องเพิ่มการใช้พลังงานทดแทน เพิ่มประสิทธิภาพของการใช้พลังงาน และมีการอนุรักษ์ธรรมชาติอย่างจริงจัง เพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลงอย่างเห็นได้ชัดเจน การสร้างกลยุทธ์ในการฟื้นตัวและการปรับตัว มีความสำคัญเท่าเทียมกัน ในขณะที่ต้องเตรียมการรับผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในเวลานี้
อิสราเอลเป็นประเทศที่คุ้นเคยกับความท้าทายนานาประเภท เช่น การขาดแคลนน้ำหรือการเปลี่ยนแปลงอันส่งผลให้เกิดทะเลทราย จึงทำให้ต้องเป็นผู้บุกเบิกในการหาทางแก้ไขเชิงนวัตกรรมที่สามารถนำมาใช้เป็นต้นแบบสำหรับการดำเนินการระดับโลกได้ ดูตัวอย่างจากการใช้น้ำในอิสราเอล มีการนำเทคโนโลยีขั้นสูงมาใช้เพื่ออนุรักษ์น้ำ การบำบัดน้ำเสีย การแยกเกลือออกจากน้ำทะเล และการนำน้ำเกลือมาใช้ในการชลประทาน
ทั้งนี้อิสราเอลได้สร้างเศรษฐกิจหมุนเวียนของน้ำเพื่อการชลประทานอันเป็นที่ต้องการอย่างมากทั่วโลก
นอกจากนี้ ภาคนวัตกรรมด้านสภาพภูมิอากาศของอิสราเอลก็กำลังก้าวหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง โดยมีธุรกิจเกิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) จำนวนมากที่ทุ่มเทต่อการพัฒนาเพื่อรับสภาพภูมิอากาศและการพัฒนาอย่างยั่งยืน อิสราเอลได้แบ่งปันความรู้และเทคโนโลยีกับนานาประเทศ โดยให้ความร่วมมือกับรัฐบาล มหาวิทยาลัย และภาคเอกชนในมิตรประเทศทั่วโลก
สถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลในประเทศไทยมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือและการแลกเปลี่ยนความรู้กับพันธมิตรชาวไทย โดยจัดให้มีหลักสูตรการเรียนในอิสราเอลสำหรับนักเรียนจากประเทศไทย สนับสนุนธุรกิจไทยที่แสวงหาเทคโนโลยีอันยั่งยืน อิสราเอลมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะเป็นตัวเร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก เมื่อเราต้องเผชิญกับความท้าทายจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศเช่นนี้ ความร่วมมือในระดับโลกจึงเป็นสิ่งจำเป็น
อิสราเอลพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาประเทศและบริษัทต่างๆ ทั่วโลก เพื่อรับมือกับความท้าทายอันยิ่งใหญ่ที่รออยู่ข้างหน้า ในขณะเดียวกันก็พร้อมจะปกป้องโลกของเราสำหรับคนรุ่นต่อ ๆ ไป
เฮนรี เดวิด ธอโร นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษกล่าวไว้ว่า “บ้านจะมีประโยชน์อะไร หากคุณไม่มีดาวเคราะห์ที่จะรองรับ” ขอให้เรามาจับมือทำงานไปด้วยกัน เพื่อให้แน่ใจว่าโลกของเราไม่เพียงแต่จะสามารถยืนหยัดอยู่ได้เท่านั้น แต่ยังมีความเจริญรุ่งเรืองเพื่อมวลมนุษยชาติอีกด้วย

