ชาวสเปนครึ่งหมื่น เดินขบวนกลางมาดริด วอน ‘เปโดร ซานเชซ’ นั่งนายกฯต่อ
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ผู้สนับสนุนพรรคแรงงานสังคมนิยม (PSOE) ของสเปนจำนวน 5 พันคนได้ออกมาเดินขบวนประท้วงในกรุงมาดริด ประเทศสเปน เมื่อวันที่ 28 เมษายน เพื่อเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีสเปนต่อไป ก่อนหน้าที่เขาเตรียมประกาศการตัดสินใจว่าจะลาออกจากตำแหน่งหรือไม่ ในวันที่ 29 เมษายน ภายหลังจากที่ศาลสเปนเริ่มไต่สวนคดีทุจริตทางธุรกิจที่เกี่ยวพันกับนางเบโกนา โกเมซ ภริยาของเขา
นายซานเชซได้ประกาศเมื่อวันที่ 24 เมษายน ในวันเดียวกับที่ศาลสเปนได้เริ่มเปิดการไต่สวนคดีทุจริตต่อภริยาของเขา ว่าเขาจะยุติการปฏิบัติหน้าที่สักระยะเพื่อทบทวนว่าเขายังอยากดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสเปนต่อไปหรือไม่ พร้อมกับบอกว่าการไต่สวนคดีดังกล่าวของศาลสเปนเป็นส่วนหนึ่งของการใส่ร้ายป้ายสีเขาและภริยา ซึ่งมีบรรดาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

ผู้สนับสนุนของนายซานเชซราว 5 พันคนได้เดินขบวนมุ่งหน้าไปยังอาคารรัฐสภาสเปนในกรุงมาดริด เพื่อเรียกร้องให้นายซานเชซดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อไป ประชาชนหลายคนได้ถือป้ายว่า “อย่ายอมแพ้” และ “ด้วยความรักแด่ประชาธิปไตย”
นายมาร์กอส ริเอร่า อาจารย์มหาวิทยาลัยคนหนึ่งที่ออกมาร่วมเดินขบวน กล่าวว่า ตนมาร่วมเดินขบวนเพราะแรงกดดันจากสื่อสเปนที่มีต่อรัฐบาล และการฉ้อฉลในระบบตุลาการในคดีที่เกี่ยวข้องกับภริยาของนายกรัฐมนตรี ซึ่งยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะเริ่มการพิจารณาคดี
ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา อัยการของสเปนเตรียมที่จะยื่นอุทธรณ์การตัดสินใจของศาลสเปนที่เปิดการไต่สวนคดีต่อข้อกล่าวหาดังกล่าวที่มาจากการร้องเรียนของกลุ่มรณรงค์ต่อต้านการรับสินบน Manos Limpias ซึ่งผู้นำกลุ่มมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มขวาจัด

นายซานเชซ วัย 52 ปี ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของสเปนตั้งแต่ปี 2018 และได้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่ออีกสมัยในการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อปีที่แล้ว
นายกรัฐมนตรีเปโดร ซานเชซ ของสเปนเตรียมที่จะประกาศว่าเขาจะลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีหรือไม่ ในวันจันทร์ที่ 29 เมษายน ภายหลังจากที่ศาลสเปนเริ่มไต่สวนคดีทุจริตทางธุรกิจที่เกี่ยวพันกับนางเบโกนา โกเมซ ภริยาของเขา
นายซานเชซได้ประกาศว่าเขากำลังพิจารณาถึงการลาออกจากตำแหน่ง ในวันเดียวกับที่ศาลสเปนเริ่มเปิดการไต่สวนคดีดังกล่าว ซึ่งเขาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวต่อภริยาของเขาว่าไม่เป็นความจริง โดยบอกว่านี่เป็นส่วนหนึ่งของการใส่ร้ายป้ายสีเขาและภริยา ซึ่งมีบรรดาฝ่ายตรงข้ามทางการเมืองเป็นผู้อยู่เบื้องหลัง

