UCLA ถูกวิพากษ์หนัก ปล่อยกลุ่มต้านบุกเล่นงานกลุ่มหนุนปาเลสไตน์
ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นในหลายมหาวิทยาลัยของสหรัฐอเมริกา ต่อกรณีการชุมนุมต่อต้านสงครามในฉนวนกาซา ล่าสุดผู้บริหารมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (ยูซีแอลเอ) และเจ้าหน้าที่ตำรวจตกเป็นเป้าถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากล้มเหลวในการหยุดยั้งการบุกโจมตีค่ายพักของนักศึกษาที่สนับสนุนชาวปาเลสไตน์ภายในยูซีเอลเอโดยกลุ่มต่อต้านปาเลสไตน์ ทำให้เกิดความวุ่นวายอย่างหนัก ก่อนที่จะมีการเรียกตำรวจเข้าไประงับเหตุ
เหตุโจมตีค่ายพักของกลุ่มสนับสนุนปาเลสไตน์เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากยูซีแอลเอประกาศว่า การกระทำของนักศึกษาเหล่านี้ผิดกฎหมายและเป็นฝีมือของกลุ่มผู้ยุยง
ในภาพวิดีโอที่มีการเผยแพร่แสดงให้เห็นผู้ประท้วงที่สนับสนุนอิสราเอลถือไม้หรือเสาฟากเข้าไปยังกระดานไม้ที่ใช้เป็นที่กีดขวางชั่วคราวเพื่อป้องกันกลุ่มผู้ประท้วงที่สนับสนุนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ยังมีการขว้างกรวยและเก้าอี้ ฉีดสเปรย์พริกไทและทำลายสิ่งกีดขวาง
ขณะที่ผู้ประท้วงสนับสนุนปาเลสไตน์บางคนต่อสู้กลับ โดยเหตุปะทะกันระหว่างผู้ประท้วงสองกลุ่มดำเนินไปนานหลายชั่วโมง ก่อนที่จะมีการเรียกตำรวจเข้ามาระงับเหตุ ไม่มีรายงานผู้ถูกจับกุม โดยมีผู้ประท้วงอย่างน้อย 15 คนได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกัน ซึ่งถือเป็นเครื่องสะท้อนความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นในมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วสหรัฐ
ขณะที่นายกเทศมนตรีลอสแอนเจลิสและผู้ว่าการรัฐแคลิฟอร์เนียประณามความรุนแรงที่เกิดขึ้น พร้อมกับเรียกร้องให้มีการสอบสวน
ในเวลาเดียวกันมีรายงานว่า ตำรวจได้จับกุมผู้คนราว 300 คนที่มหาวิทยาลัยโคลัมเบียและซิตี้คอลเลจในนิวยอร์ก โดยนายกเทศมนตรีนิวยอร์กระบุว่า ผู้ที่ถูกจับกุมจำนวนมากถูกตั้งข้อหาบุกรุกและตั้งข้อหาอาญา
สำนักข่าวเอพีระบุว่า นับตั้งแต่วันที่ 18 เมษายนเป็นต้นมา มีการจับกุมผู้ประท้วงในมหาวิทยาลัยทั่วสหรัฐเกิดขึ้นอย่างน้อย 38 ครั้ง โดยมีผู้ถูกจับกุมไปแล้วมากกว่า 1,600 คนในมหาวิทยาลัย 30 แห่ง
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในมหาวิทยาลับวิสคอนซินในเมืองเมดิสัน ก็เกิดเหตุปะทะกันขึ้นในช่วงเช้าวันที่ 1 พฤษภาคม หลังจากตำรวจได้บุกรื้อถอนค่ายพักของกลุ่มผู้ประท้วง โดยมีรายงานว่ามีเจ้าหน้าที่ 4 รายได้รับบาดเจ็บ และมีผู้ถูกตั้งข้อหา 4 คนข้อหาใช้กำลังกับเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมาย
การประท้วงของนักศึกษาทั่วสหรัฐต่อต้านสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาถือเป็นการออกมาชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่การแสดงจุดยืนต่อตานการเหยียดผิวในปี 2020
อย่างไรก็ดี เนื่องจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐกำลังจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้ ทำให้เป็นที่จับตามองว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งรุ่นใหม่ที่มีความสำคัญต่อพรรคเดโมแครต จะให้การสนับสนุนประธานาธิบดีโจ ไบเดน ซึ่งประกาศตัวว่าเป็นผู้สนับสนุนคนสำคัญของอิสราเอลอีกครั้งหรือไม่

