
ทัพเมียนมา ทิ้งระเบิดโจมตีใส่วัดพุทธ ขณะกลุ่มต่อต้านรบ.ทหารชุมนุมอยู่ ดับ 16 ราย เจ็บ 25
วิทยุเสียงอเมริกา (วีโอเอ) และเรดิโอฟรีเอเชีย (อาร์เอฟเอ) รายงานเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม อ้างการเปิดเผยของชาวบ้านและสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารระบุว่า กองทัพเมียนมาส่งเครื่องบินทิ้งระเบิดโจมตีเข้าใส่พื้นที่ที่มีการชุมนุมกันของสมาชิกกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 16 ราย และทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 25 ราย การโจมตีดังกล่าวเกิดขึ้นในขณะที่กลุ่มเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารได้นัดประชุมกันที่วัดพุทธแห่งหนึ่งในเขตมาเกว ซึ่งเป็นเป้าการโจมตีทางอากาศครั้งนี้
จากการเปิดเผยของนายโก ลิน ชาวบ้านรายหนึ่งระบุว่า หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่เกิดขึ้นดังกล่าวเมื่อเช้าวันพฤหัสบดี (9 พ.ค.) ที่ผ่านมา มีเด็กรายหนึ่งรวมอยู่ด้วย นายโก ลิน บอกกับผู้สื่อข่าวว่า อารามวัดถูกโจมตีด้วยระเบิดเพลิง ทำให้มีผู้ติดอยู่ในจุดที่ไฟลุกไหม้ด้วย 11 หรือ 12 คน
ทั้งนี้ มีการนำร่างผู้เสียชีวิตไปทำพิธีฌาปนกิจแล้ว ขณะที่ผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวไปรักษาแล้วเช่นกัน ตามข้อมูลจากกลุ่มที่เข้าให้ความช่วยเหลือเหยื่อการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งระบุด้วยว่าจำนวนผู้เสียชีวิตอาจเพิ่มขึ้นอีกได้ เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอยู่อีกหลายคน
อาร์เอฟเอระบุว่าพยายามติดต่อพลตรีซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร เพื่อขอข้อมูล แต่ยังติดต่อไม่ได้
อาร์เอเอฟยังอ้างสมาชิกในกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (พีดีเอฟ) ที่ต่อต้านการรัฐประหารในเมียนมา กล่าวว่า เครื่องบินขับไล่บินโจมตีมาจากฐานทัพอากาศตาดา-อู ในมัณฑะเลย์ ดูเหมือนว่ากองกำลังติดอาวุธที่ประชุมกันอยู่ที่วัดพุทธนั้นตกเป็นเป้าหมาย แต่ก็มีพลเรือนรวมตัวอยู่ที่นั่นด้วย โดยเครื่องบินขับไล่ได้บินมาโจมตีเหนือหมู่บ้าน 3 ครั้ง ทิ้งระเบิดรวมทั้งหมด 6 ลูก
พื้นที่ที่ตกเป็นเป้าการโจมตีของรัฐบาลทหารครั้งนี้อยู่ในภาคกลางของเมียนมา ซึ่งเป็นพื้นที่แล้งและประกอบไปด้วยเขตสะกาย มาเกว และมัณฑะเลย์ โดยทั้งหมดกลายเป็นฐานเคลื่อนไหวของฝ่ายต่อต้านรัฐบาลทหารที่ประกอบด้วยสมาชิกจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ
ด้านสมาคมช่วยเหลือนักโทษการเมือง (เอเอพีพี) ซึ่งเป็นองค์กรรณรงค์เพื่อสิทธิมนุษยชนในเมียนมา ระบุในแถลงการณ์ว่า ข้อมูลจนถึงวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ ชี้ให้เห็นว่า ตัวเลขผู้ที่ได้รับการยืนยันว่าเสียชีวิตจากการเคลื่อนไหวต่อต้านรัฐบาลทหารเมียนมาอยู่ที่ 5,000 คน โดยมีอีกราว 1,750 คน ที่ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าอยู่ที่ใด นับตั้งแต่เกิดความไม่สงบทางการเมืองรอบใหม่ขึ้นเมื่อกว่า 3 ปีก่อน
เอเอพีพียังเปิดเผยด้วยว่า มีสินทรัพย์ราว 1,200 แห่ง ที่มีคนเกือบ 1,000 คน เป็นเจ้าของ ซึ่งรวมถึงสิ่งก่อสร้างที่เป็นศาสนสถาน โรงเรียน โรงพยาบาลและสำนักงานภาคธุรกิจ ถูกยึดไปโดยผิดกฎหมาย และบางส่วนก็ถูกนำไปประมูลขายแล้ว
