หน้าแรก ต่างประเทศ สมัชชาใหญ่ยูเ...

สมัชชาใหญ่ยูเอ็น โหวตหนุนท่วมท้น ให้สิทธิปาเลสไตน์เพิ่ม ทูตยิวทำลายกฎบัตรยูเอ็นโชว์ต้าน

11.05.24 | 14:03 น.
กีลาด เออร์ดัน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น (รอยเตอร์)

สมัชชาใหญ่ยูเอ็น โหวตหนุนท่วมท้น ให้สิทธิปาเลสไตน์เพิ่ม ทูตยิวทำลายกฎบัตรยูเอ็นโชว์ต้าน

สมาชิกสมัชชาใหญ่แห่งองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) ลงมติสนับสนุนอย่างท่วมท้นในวันศุกร์ (10 พ.ค.) ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อให้สิทธิเพิ่มเติมแก่ชาวปาเลสไตน์ในเวทียูเอ็น ซึ่งเป็นองค์กรระดับโลกแห่งนี้ และสนับสนุนการผลักดันให้ปาเลสไตน์เป็นสมาชิกยูเอ็นเต็มรูปแบบ ซึ่งเป็นท่าทีที่ถูกสหรัฐอเมริกา ชาติพันธมิตรสำคัญของอิสราเอลคัดค้าน

รอยเตอร์

การโหวตลงมติดังกล่าวของยูเอ็นจีเอ ที่ถือเป็นการสนับสนุนปาเลสไตน์ในเชิงสัญลักษณ์ ผ่านความเห็นชอบด้วยเสียงสนับสนุน 143 เสียง คัดค้าน 9 เสียง และงดออกเสียง 25 เสียง โดยเป็นการโหวตในร่างข้อมติที่เสนอให้สิทธิเพิ่มเติมแก่ปาเลสไตน์ในเวทียูเอ็นด้วยการเปิดทางให้มีส่วนร่วมเต็มที่ในการอภิปราย เสนอระเบียบวาระ และการมีผู้แทนได้รับเลือกอยู่ในคณะทำงานชุดต่างๆ ของยูเอ็น แต่อย่างไรก็ตามปาเลสไตน์ยังคงไม่ได้รับสิทธิในการลงคะแนนเสียง

ทั้งนี้ ปาเลสไตน์ มีสถานะเป็นรัฐผู้สังเกตการณ์ที่ไม่ใช่สมาชิกยูเอ็นมาตั้งแต่ปี 2012 ทำให้ปาเลสไตน์ไม่มีสิทธิอย่างเต็มที่เหมือนกับสมาชิกเต็มขั้นของยูเอ็น ขณะที่สถานะสมาชิกภาพนั้นจะเป็นอำนาจตัดสินใจของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เท่านั้น โดยเมื่อเร็วๆ นี้ สหรัฐ หนึ่งใน 1 ใน 5 ชาติยูเอ็นเอสซี เพิ่งได้วีโต้คัดค้านการเป็นสมาชิกยูเอ็นเต็มรูปแบบของปาเลสไตน์ โดยให้เหตุผลว่ายังเร็วเกินไป

รอยเตอร์

ประธานาธิบดีมาห์มูด อับบาส ของปาเลสไตน์ แสดงความยินดีกับมติข้างต้นของยูเอ็นจีเอ โดยชี้ว่าเป็นการสนับสนุนความพยายามของปาเลสไตน์สำหรับการโหวตต่อไปในคณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็น

Advertisement

“ปาเลสไตน์จะพยายามต่อไปเพื่อให้ได้รับสมาชิกภาพเต็มรูปแบบในสหประชาชาติ” ประธานาธิบดีอับบาสกล่าว

ขณะที่กีลาด เออร์ดัน เอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำยูเอ็น กล่าวอย่างเดือดดาลบนเวทียูเอ็นว่า องค์การแห่งนี้ต้อนรับ “รัฐก่อการร้าย” เข้าร่วมกลุ่ม โดยนายเออร์ดันยังได้ทำลายแผ่นกระดาษที่เขียนข้อความเป็น”กฎบัตรสหประชาชาติ” ลงเครื่องย่อยกระดาษโชว์บนเวที เป็นการเปรียบเปรยว่าสมาชิกยูเอ็นได้ทำลายกฎบัตรยูเอ็นโดยผ่านการลงมติเห็นชอบดังกล่าว

การโหวตครั้งนี้ยังมีขึ้นท่ามกลางรายงานว่าหลายชาติยุโรปมีแผนที่จะให้การรับรองรัฐปาเลสไตน์ โดยนายโจเซพ บอร์เรลล์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายต่างประเทศของสหภาพยุโรป (อียู) กล่าวกับสื่อสเปนว่า สเปนจะทำเช่นนั้นในวันที่ 21 พฤษภาคม โดยก่อนหน้านี้นายบอร์เรลล์กล่าวว่า ไอร์แลนด์ สโลวีเนีย และมอลตา จะดำเนินการเช่นนั้นเช่นกันแต่ไม่ได้ยืนยันในเรื่องกำหนดวัน

ทั้งนี้ ปัญหาสถานะรัฐของปาเลสไตน์สร้างความปั่นป่วนต่อประชาคมระหว่างประเทศมานานหลายทศวรรษ ในปี 1988 องค์การปลดปล่อยปาเลสไตน์ (PLO) ซึ่งเป็นตัวแทนหลักของชาวปาเลสไตน์ ได้ประกาศสถาปนารัฐปาเลสไตน์เป็นครั้งแรก ซึ่งตามข้อมูลของรอยเตอร์ระบุว่า รัฐปาเลสไตน์ได้รับการรับรองแล้วโดย 139 ประเทศจาก 193 ประเทศสมาชิกในยูเอ็น แม้ส่วนใหญ่ถูกมองว่าเป็นการรับรองเชิงสัญลักษณ์ก็ตาม

อิสราเอล ชาติคู่ปรับ ไม่รับรองรัฐปาเลสไตน์และรัฐบาลอิสราเอลยังต่อต้านการสถาปนารัฐปาเลสไตน์ขึ้นในเวสต์แบงก์และกาซาด้วย โดยชี้ว่าจะเป็นภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่ของอิสราเอล

ด้านสหรัฐรับรองการจัดตั้งรัฐปาเลสไตน์ที่เป็นอิสระควบคู่ไปกับอิสราเอล โดยมองแนวทาง 2 รัฐ เป็นวิธีการแก้ปัญหาความขัดแย้งอิสราเอล-ปาเลสไตน์ แต่กล่าวว่าการตั้งรัฐปาเลสไตน์นั้นควรผ่านการเจรจาโดยตรงระหว่างคู่กรณีทั้งสองฝ่าย