
พายุสุริยะ รุนแรงสุดในรอบ 20 ปี ถล่มโลก จุดแสงออโรร่าตระการตา เตือนผลกระทบดาวเทียม-โครงข่ายไฟฟ้า
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า พายุสุริยะที่มีกำลังรุนแรงที่สุดในรอบกว่า 20 ปี พัดถล่มโลกเมื่อวันศุกร์ (10 พ.ค.) ที่ผ่านมา ทำให้เกิดแสงออโรร่าอันสวยงามบนท้องฟ้าตั้งแต่เหนือรัฐแทสมาเนียของออสเตรเลียไปจนถึงอังกฤษ ซึ่งอิทธิพลของพายุสุริยะยังอาจส่งผลกระทบต่อดาวเทียมสื่อสารและโครงข่ายไฟฟ้าขึ้นได้ในขณะที่ยังคงมีกำลังอยู่จนถึงสุดสัปดาห์นี้
ตามข้อมูลของศูนย์พยากรณ์สภาพอากาศอวกาศแห่งองค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติ(โนอา)ระบุว่า การปลดปล่อยก้อนมวลโคโรนาใหญ่ (CMEs) จากดวงอาทิตย์ครั้งแรกเกิดขึ้นหลังเวลาประมาณ 16.00 น.ของวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลามาตรฐานสากล หลังจากนั้นได้ยกระดับเป็นพายุสนามแม่เหล็กโลกรุนแรง ซึ่งเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เกิด “พายุฮาโลวีน” ในเดือนตุลาคมปี 2003 ที่ก่อให้เกิดไฟดับในประเทศสวีเดนและสร้างความเสียหายให้กับโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในประเทศแอฟริกาใต้ โดยคาดว่าจะมี CMEs มากขึ้นที่จะถล่มโลกเกิดขึ้นอีกในไม่กี่วันข้างหน้า

ในโซเชียลมีเดียผู้คนต่างพากันโพสต์รูปถ่ายแสงออโรร่าที่ปรากฏเหนือท้องฟ้าตั้งแต่ทางตอนเหนือของทวีปยุโรป จนถึงภูมิภาคออสเตรเลเซีย อันประกอบด้วยออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ และหมู่เกาะใกล้เคียงในมหาสมุทรแปซิฟิก ผลจากพายุสุริยะดังกล่าว
เจ้าหน้าที่ทางการยังได้แจ้งเตือนผู้ให้บริการดาวเทียม สายการบิน และโครงข่ายไฟฟ้า ดำเนินมาตรการป้องกันไว้ล่วงหน้าสำหรับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กโลก
อีลอน มัสก์ มหาเศรษฐีเจ้าของบริษัท สตาร์ลิงก์ ผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ซึ่งมีดาวเทียมในวงโคจรต่ำของโลกราว 5,000 ดวง ชี้ว่าพายุสุริยะครั้งนี้เป็นครั้งที่ใหญ่ที่สุดในเวลานานมาก “ดาวเทียมสตาร์ลิงก์อยู่ภายใต้ความกดดันอย่างมาก แต่ตอนนี้ยังคุมได้” อีลอน มัสก์ โพสต์บนเอ็กซ์

แมทธิว โอเวนส์ ศาสตราจารย์ด้านฟิสิกส์อวกาศ แห่งมหาวิทยาลัยเรดดิ้ง กล่าวว่า ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นในละติจูดเหนือและใต้จากพายุสุริยะครั้งนี้ว่ามีมากน้อยเพียงใดนั้น ขึ้นอยู่กับพลกำลังสุดท้ายของพายุ ตนขอแนะนำให้คืนนี้ออกไปข้างนอกและมองดูถ้าเห็นแสงออโรร่า มันจะเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก
ในสหรัฐ เจ้าหน้าที่กล่าวว่าอาจมองเห็นแสงออโรร่าได้ในหลายที่เช่นในแคลิฟอร์เนียตอนเหนือและรัฐแอละแบมา
ทั้งนี้ การเปลี่ยนแปลงของสนามแม่เหล็กที่เกี่ยวข้องกับพายุแม่เหล็กโลก จะเร่งให้เกิดปฏิกิริยากระแสไฟในสายไฟยาวรวมถึงสายไฟฟ้า ซึ่งสามารถนำไปสู่การเกิดไฟดับได้ ขณะที่ในท่อส่งยาวก็อาจเกิดประจุไฟฟ้าขึ้นได้ ซึ่งจะก่อให้เกิดปัญหาทางวิศกรรมตามมา ส่วนยานอวกาศยังมีความเสี่ยงจากรังสีปริมาณสูง แม้ว่าชั้นบรรยากาศจะป้องกันไม่ให้รังสีดังกล่าวแผ่ถึงโลก
