โลกเดือด! วิจัยชี้ ฤดูร้อน 2023 ร้อนสุดรอบ 2,000 ปี

AP

โลกเดือด! วิจัยชี้ ฤดูร้อน 2023 ร้อนสุดรอบ 2,000 ปี

ผลวิจัยใหม่เผย ฤดูร้อนของปี 2023 ที่ผ่านมาทำสถิติร้อนที่สุดเท่าที่เคยมีมา และยังถือว่าเป็นฤดูร้อนที่สุดในรอบ 2,000 ปีอีกด้วย อากาศที่ร้อนจัดดังกล่าวทำให้เกิดคลื่นความร้อนทั่วซีกโลกเหนืออย่างรุนแรง เกิดไฟป่าทั่วประเทศแถบเมดิเตอเรเนียน ทำให้ถนนถึงกับโค้งงอในเท็กซัส และส่งผลกระทบกับเครือข่ายไฟฟ้าในจีน

บทสรุปดังกล่าวมาจากการศึกษาใหม่ 1 ใน 2 ชิ้นที่มีการเผยแพร่เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม ขณะที่การศึกษาทั้งสองชิ้นดังกล่าวสรุปตรงกันว่า อุณหภูมิโลกและปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจก ที่เป็นสาเหตุของภาวะโลกร้อนยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า อุณหภูมิโลกในช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมปี 2023 ถือว่าร้อนที่สุดนับตั้งแต่มีการเริ่มจดบันทึกในช่วงทศวรรษที่ 1940

Advertisement

งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสารเนเจอร์ชี้ว่า คลื่นความร้อนในปี 2023 ได้บดบังอุณหภูมิความร้อนย้อนหลังนานกว่าในอดีตมาก ซึ่งเป็นบทสรุปจากการตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังไปถึงกลางทศวรรษที่ 1800 รวมถึงการนำเอาผลวิเคราะห์ข้อมูลจากวงปีของต้นไม้ใน 9 พื้นที่ในซีกโลกเหนือมาประกอบกัน

งานวิจัยดังกล่าวระบุว่า อุณหภูมิเหนือพื้นดินในฤดูร้อนในพื้นที่ละติจูดที่ 30-90 องศาเหนือในปี 2023 สูงกว่าค่าเฉลี่ยยุคก่อนอุตสาหกรรม 2.07 องศาเซลเซียส ขณะที่ข้อมูลที่ได้จากการศึกษาวงปีของต้นไม้แสดงให้เห็นว่า ฤดูร้อนในปี 2023 อุ่นกว่าค่าเฉลี่ยที่คาดการณ์ระหว่าง ค.ศ.1-1980 ราว 2.2 องศาเซลเซียส

ผลวิจัยดังกล่าวดูจะไม่ได้ทำให้ประหลาดใจมากนัก เพราะในเดือนมกราคม นักวิทยาศาสตร์จากสำนักงานบริการการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโคเปอร์นิคัสของสหภาพยุโรป ระบุว่าปี 2023 มีแนวโน้มสูงมากที่จะเป็นปีที่ร้อนที่สุดในรอบ 1 แสนปี

Advertisement

อย่างไรก็ดี เจน เอสเปอร์ นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยโยฮันส์ กูเทนเบิร์ก ในเยอรมนี ซึ่งเป็นผู้ร่วมเขียนงานวิจัยล่าสุด กล่าวว่า การพิสูจน์อุณหภูมิย้อนหลังในช่วงเวลายาวนานขนาดนั้นเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ ด้วยวิธีการทางวิทยาศาสตร์ที่มีอยู่ในปัจจุบัน มันจึงเป็นการกล่าวเกินจริง

ขณะที่งานวิจัยที่ตีพิมพ์ในวารสาร PLOS Medicine ระบุว่า คลื่นความร้อนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้คน โดยมีผู้เสียชีวิตมากกว่า 1.5 แสนคนใน 43 ประเทศจากสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับคลื่นความร้อนในแต่ละปี ระหว่างปี 1990-2019 ซึ่งคิดเป็นราว 1% ของการเสียชีวิตทั่วโลก ซึ่งใกล้เคียงกับจำนวนผู้เสียชีวิตจากการแพร่ระบาดไปทั่วโลกของโควิด-19 โดยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้เสียชีวิตอยู่ในเอเชีย

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image