สารจากเอกอัครราชทูตอิสราเอล ‘นางออร์นา ซากิฟ’ ในโอกาสครบรอบ 76 ปี ของการสถาปนาประเทศอิสราเอล
ปีนี้ เป็นปีที่ 76 ของการสถาปนาประเทศอิสราเอล แต่ทว่าเราเฉลิมฉลองวันชาติด้วยอารมณ์ที่ผสมผสานกันระหว่างความยินดีและความหม่นหมอง เหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่นานมานี้็ เป็นข้อพิสูจน์ถึงความสามารถในการฟื้นตัวอย่างรวดเร็วและความสำเร็จอันน่าทึ่งของประเทศเรา แต่กระนั้นก็ยังถูกบดบังด้วยความท้าทายอันใหญ่หลวงที่เราต้องเผชิญในปีที่ผ่านมา
การสังหารหมู่เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม กลายเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่เราต้องจดจำตลอดไป ความเจ็บปวดและความเศร้าโศกที่เกิดจากการก่อการร้ายอันโหดเหี้ยม ยังคงฝังลึกอยู่ในจิตใจ เราไว้อาลัยต่อชีวิตที่ดับสูญ และชื่นชมบรรดาผู้ที่ร่วมกันปกป้องบ้านเกิดเมืองนอนอย่างกล้าหาญ โศกนาฏกรรมที่เกิดขึ้นทิ้งไว้ซึ่งแผลเป็นอันจะคอยย้ำเตือนเราอยู่ตลอดเวลา ถึงภัยคุกคามที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งมุ่งทำลายการดำรงอยู่ของประเทศอิสราเอล
การก่อการร้ายที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ได้สร้างความผูกพันที่มากับโชคร้ายอย่างไม่คาดคิด ระหว่างประเทศอิสราเอลและประเทศไทย คนไทย 39 ครอบครัวต้องประสบกับความสูญเสียอันเกินคำบรรยาย และกลายมาเป็นส่วนหนึ่งของชุมชนชาวอิสราเอลที่ต้องสูญเสียผู้เป็นที่รัก ทั้งยังมีพลเมืองไทยอีก 31 คนที่ถูกกลุ่มผู้ก่อการร้ายจับไปเป็นตัวประกัน ต้องทนรับความบอบช้ำทางจิตใจที่ไม่อาจหยั่งถึง เฉกเช่นบรรดาตัวประกันชาวอิสราเอล
เหตุน่าสลดใจยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะมีชาวไทยอีก 8 คนที่ยังถูกคุมขังอยู่ และเผชิญชะตากรรมเดียวกับตัวประกันชาวอิสราเอลอีก 124 คน ความปวดร้าวที่ผู้เป็นที่รักถูกพรากไป ได้เชื่อมหัวใจของเราชาวอิสราเอลและชาวไทยให้เป็นหนึ่งเดียว อิสราเอลยังคงแน่วแน่ที่จะให้ตัวประกันทั้งหมดได้รับการปล่อยตัว โดยจะอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่กับครอบครัวของเหยื่อทั้งชาวไทยและชาวอิสราเอล โดยหวังให้ตัวประกันทั้งหมดได้กลับบ้านโดยเร็วที่สุด

แม้ว่าอิสราเอลยังคงเผชิญหน้ากับความยากลำบากนานัปการ แต่มิตรภาพระหว่างประเทศไทยและอิสราเอลยังคงแน่นแฟ้นไม่จืดจาง ประสบการณ์ที่มีร่วมกันได้กระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศให้ใกล้ชิดกันยิ่งขึ้น พร้อมกับส่งเสริมความร่วมมือและเพิ่มพูนความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เรามองไปยังอนาคตด้วยความมุ่งมั่นที่จะก้าวเดินไปด้วยกัน อย่างมั่นคงบนรากฐานนี้ โดยขยายความร่วมมือของเราในส่วนที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยสำคัญต่อชีวิตพลเมืองของประเทศทั้งสอง เช่น เทคโนโลยีอาหาร เกษตรกรรม เทคโนโลยีน้ำ ความมั่นคงทางไซเบอร์และการป้องกันประเทศ
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ประเทศไทยและอิสราเอลมีความก้าวหน้าครั้งสำคัญๆ ร่วมกัน ด้วยการเป็นหุ้นส่วนที่มั่นคงในภาคส่วนต่างๆ การแลกเปลี่ยนความรู้และความชำนาญ นำมาซึ่งประโยชน์ต่อประเทศของเรา ไม่ว่าจะเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรม สนับสนุนการลงทุน และความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้ความคิดริเริ่มที่ประเทศไทยและอิสราเอลมีร่วมกัน รวมถึงโครงการความร่วมมือต่างๆ ได้แสดงให้เห็นถึงพลังของความสามัคคี ในการรับมือกับความท้าทายไปด้วยกัน และการคว้าโอกาสที่นำมาซึ่งความเจริญรุ่งเรืองของทั้งสองประเทศ
เมื่อกล่าวถึงเทคโนโลยีอาหาร นวัตกรรมของอิสราเอลช่วยเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรและเพิ่มความมั่นคงด้านอาหารในประเทศไทย ในขณะที่อุตสาหกรรมไทยก็สนับสนุนการเติบโตของธุรกิจเปิดใหม่ (สตาร์ทอัพ) ในอิสราเอล
นอกจากนั้น ความเชี่ยวชาญของอิสราเอลในการจัดการน้ำได้เข้ามามีบทบาทสำคัญในการบรรเทาผลกระทบจากภัยแล้ง และรับประกันการเข้าถึงแหล่งน้ำสะอาดสำหรับชุมชนทั่วประเทศ ในด้านกลาโหม ความร่วมมืออย่างใกล้ชิดของเราได้ส่งเสริมความสามารถด้านความมั่นคงของประเทศไทย อันจะช่วยให้สามารถป้องกันตนเองจากภัยคุกคามภายนอกได้ดียิ่งขึ้น
ในขณะที่มีการเฉลิมฉลองวันสถาปนา อิสราเอลขอยืนยันถึงความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาสันติภาพและความเจริญ รุ่งเรืองให้ประชาคมโลก แม้ว่าเราต้องเผชิญกับความท้าทายต่างๆ ก็ตาม แต่เราก็ยังมองโลกในแง่ดีและแน่วแน่ในความเชื่อของเราที่ว่า อนาคตที่สดใสกว่านั้นอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม ขอให้เรามาร่วมกันสร้างเส้นทางไปข้างหน้าด้วยกัน โดยยึดหลักความสามัคคี การปรับตัวอย่างรวดเร็ว และความก้าวหน้าร่วมกัน
ท้ายที่สุดนี้ ดิฉันใคร่ขอขอบคุณจากใจจริง ต่อประชาชนชาวไทยสำหรับมิตรภาพและการสนับสนุนอันมั่นคงไม่แปรเปลี่ยน เราจะยืนหยัดเคียงข้างกันและกัน เป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน เพื่อมิตรภาพและความเจริญรุ่งเรืองยิ่งๆ ขึ้นไปในอนาคต

