ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ของสหรัฐพิพากษายืนปฏิเสธคำขอของกระทรวงยุติธรรมที่ให้มีการฟื้นคำสั่งผู้บริหารเจ้าปัญหาของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติ ประกอบด้วย อิรัก อิหร่านโซมาเลีย ลิเบีย เยเมน ซูดาน และซีเรีย เดินทางเข้าสหรัฐ
“ในทางหนึ่งสาธารณชนมีส่วนเกี่ยวข้องอย่างยิ่งกับความมั่นคงแห่งชาติ ขณะเดียวกันประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งก็มีอำนาจในการกำหนดนโยบาย แต่ในอีกทางหนึ่งสาธารณชนก็มีสิทธิในการเดินทางอย่างเสรีเพื่อหลีกเลี่ยงการที่ครอบครัวต้องแยกกันอยู่ รวมถึงต้องมีเสรีภาพจากการถูกเลือกปฏิบัติ เราไม่จำเป็นที่จะต้องแยกแยะหรืออธิบายความของสาธารณะประโยชน์ใดๆ มากไปกว่านี้ ด้วยเหตุผลดังนี้คำร้องขอฉุกเฉินต่อศาลอุทธรณ์จึงถูกปฏิเสธ”คำพิพากษาระบุ
คำพิพากษาดังกล่าวซึ่งผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ทั้ง 3 ท่านมีความเห็นเป็นเอกฉันท์ส่งผลให้พลเมืองจาก 7 ชาติดังกล่าวสามารถเดินทางมายังสหรัฐได้ต่อไป และถือเป็นความถดถอยที่มีนัยสำคัญทางการเมืองต่อรัฐบาลสหรัฐ
ด้านประธานาธิบดีทรัมป์ ทวีตข้อความภายหลังจากศาลอุทธรณ์มีคำพิพากษาไม่นานว่า “เจอกันในศาล ความปลอดภัยแห่งชาติของเรากำลังอยู่ในความเสี่ยง!”
ทั้งนี้คาดว่ารัฐบาลสหรัฐจะยื่นเรื่องต่อศาลสูงสุดเพื่อให้พิจารณาฟื้นคำสั่งผู้บริหารดังกล่าวอีกครั้ง

