หน้าแรก ต่างประเทศ มะกันยันไม่เป...

มะกันยันไม่เปลี่ยนนโยบาย-ความช่วยเหลือต่ออิสราเอล ชี้ถล่มราฟาห์แค่ใช้ระเบิดที่เล็กที่สุด

29.05.24 | 05:13 น.

มะกันยันไม่เปลี่ยนนโยบาย-ความช่วยเหลือต่ออิสราเอล ชี้ถล่มราฟาห์แค่ใช้ระเบิดที่เล็กที่สุด

ทำเนียบขาวระบุว่าประธานาธิบดีโจ ไบเดน ของสหรัฐ ไม่มีแผนที่จะเปลี่ยนแปลงนโยบายต่ออิสราเอลภายหลังการโจมตีเมืองราฟาห์ในฉนวนกาซาเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีพลเรือนเสียชีวิต 45 ราย แต่อ้างว่าสหรัฐก็ไม่ได้เมินเฉยต่อชะตากรรมของพลเรือนชาวปาเลสไตน์เช่นกัน

นายจอห์น เคอร์บี โฆษกด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวประณามการเสียชีวิตของพลเรือน แต่ยืนยันว่าการเสียชีวิตของผู้คนในเมืองราฟาห์จากการโจมตีของอิสราเอลครั้งล่าสุด จะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายและความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐต่ออิสราเอล เพราะยังไม่ถือเป็นปฏิบัติการที่ข้ามเส้นแดงสำหรับสหรัฐ

เคอร์บีกล่าวว่า สหรัฐไม่เชื่อว่าการกระทำของอิสราเอลในราฟาห์เทียบเท่ากับปฏิบัติการทางทหารเต็มรูปแบบที่จะถือเป็นการก้าวข้ามเส้นแดงที่ไบเดนเคยระบุไว้ ผลจากการโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาจะไม่นำไปสู่การพูดคุยเกี่ยวกับเปลี่ยนแปลงด้านนโยบายใดๆ สิ่งนี้เพิ่งเกิดขึ้นและอิสราเอลกำลังสอบสวนเรื่องดังกล่าวอยู่

เมื่อถูกถามว่าจะต้องมีศพที่ไม่เกรียมอีกกี่ศพไบเดนจึงจะเปลี่ยนแนวทางในประเด็นนี้ เคอร์บีกล่าวว่า เราไม่ได้หลับหูหลับตากับเรื่องนี้เช่นกัน

Advertisement

ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงสุดสัปดาห์เข้าข่ายการเสียชีวิตและการทำลายล้างที่เจ้าหน้าที่สหรัฐเคยระบุไว้เป็นเงื่อนไขในการระงับความช่วยเหลือเพิ่มเติมกับอิสราเอลหรือไม่ เคอร์บีกล่าวว่า อิสราเอลบอกว่านี่เป็นความผิดพลาดที่น่าเศร้าสลดใจ แต่เราไม่ได้มีการกำหนดโควต้าหรือมีการใช้ไม้วัดใดๆ

“เราบอกด้วยว่าเราไม่ต้องการเห็นปฏิบัติการภาคพื้นดินครั้งใหญ่ในราฟาห์ ซึ่งจะทำให้มันเป็นเรื่องยากลำบากมากขึ้นสำหรับอิสราเอลที่จะตามไล่ล่าฮามาสโดยไม่ก่อให้เกิดความเสียหายอย่างร้ายแรงเป็นวงกว้างและอาจทำให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก ซึ่งเรายังไม่เห็นสิ่งนั้น เพราะปฏิบัติการของอิสราเอลส่วนใหญ่อยู่บริเวณชานเมืองราฟาห์มากกว่า” เคอร์บีกล่าว

คำกล่าวของโฆษกด้านความมั่นคงประจำทำเนียบขาวและโฆษกสภาความมั่นคงสหรัฐประจำทำเนียบขาวดังกล่าวมีขึ้นขณะที่มีรายงานว่า รถถังของอิสราเอลได้บุกเข้าไปอยู่ใจกลางเมืองราฟาห์แล้วเมื่อวันที่ 28 พฤษภาคมที่ผ่านมา

แม้จะถูกผู้สื่อข่าวตั้งคำถามย้ำซ้ำแล้วซ้ำเล่าแต่เคอร์บียืนยันว่า ประธานาธิบดีไบเดนไม่ได้เปลี่ยนแปลงมาตรฐานเกี่ยวกับการนิยามคำว่าการโจมตีทางทหารครั้งใหญ่ต่อราฟาห์ พร้อมเสริมว่าเรายังไม่เห็นพวกเขาโจมตีราฟาห์เลย เราไม่เคยเห็นพวกเขาเข้ามาพร้อมกับหน่วยทหารใหญ่ กองทหารจำนวนมาก และมีการจัดขบวนในการประสานกลยุทธ์บางอย่างเพื่อดำเนินการกับเป้าหมายที่หลากหลายภาคพื้นดิน

เมื่อถูกถามว่าการโจมตีของอิสราเอลจะทำให้ไบเดนตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบากมากขึ้นหรือไม่ เคอร์บียืนยันว่า อันตรายอย่างแท้จริงจะเกิดขึ้นเมื่ออิสราเอลอาจโดดเดี่ยวจากประชาคมระหว่างประเทศมากขึ้นจากแนวปฎิบัติของอิสราเอล เห็นได้ชัดว่านี่เป็นเรื่องที่น่ากังวลเพราะไม่ตอบสนองต่อผลประโยชน์สูงสุดของอิสราเอล และมันไม่ตอบสนองผลประโยชน์สูงสุดของเราเช่นกันหากอิสราเอลจะโดดเดี่ยวมากขึ้นบนเวทีโลก

ก่อนหน้านี้แมทธิว มิลเลอร์ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ กล่าวว่า การสอบสวนเบื้องต้นของอิสราเอลชี้ให้เห็นว่า การโจมตีดังกล่าวได้ใช้เพียงระเบิดขนาดที่เล็กที่สุดในคลังแสงของพวกเขาเท่านั้น ปฏิบัติการของอิสราเอลในราฟาห์จนถึงตอนนี้ยังไม่ใหญ่เท่ากับปฏิบัติการในฉนวนกาซาทางตอนกลางหรือตอนเหนือ

ด้านซาบรินา ซิงห์ รองโฆษกกระทรวงกลาโหมสหรัฐกล่าวว่า ฝ่ายบริหารของสหรัฐกำลังรอการสอบสวนเหตุโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาของกองทัพอิสราเอลก่อนที่จะแสดงความเห็นใดๆ เพิ่มเติม เราจริงจังกับสิ่งที่เกิดขึ้นและทุกคนเห็นภาพ แล้วมันช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ

กองกำลังป้องกันตนเองของอิสราเอล (ไอดีเอฟ) กล่าวเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาว่า อาวุธยุทโธปกรณ์ของอิสราเอลเพียงอย่างเดียวไม่สามารถทำให้เกิดเพลิงไหม้ได้

ทั้งนี้ในวันที่ 28 พฤษภาคม กระทรวงสาธารณสุขของฉนวนกาซายังบอกด้วยว่า รถถังของอิสราเอลได้ระดมยิงแคมป์เต็นท์ในพื้นที่ผู้อพยพทางตะวันตกของเมืองราฟาห์ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 21 ราย แต่ไอดีเอฟปฏิเสธว่าไม่ได้ทำการโจมตีดังกล่าวแต่อย่างใด

ท่ามกลางแรงกดดันที่เพิ่มขึ้นจากประชาคมระหว่างประเทศต่อการทำสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซา ทำเนียบขาวยังออกมาระบุว่าไม่ได้สนับสนุนข้อเรียกร้องจากพรรครีพับลิกันให้คว่ำบาตรอัยการของศาลอาญาระหว่างประเทศ (ไอซีซี) ที่กำลังพิจารณาออกหมายจับนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมอิสราเอล หลังจากที่ก่อนหน้านี้นายแอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐประกาศว่า จะจับมือกับสภาคองเกรสเพื่อทำงานในเรื่องดังกล่าว

เคอร์บีกล่าวว่า เราไม่เชื่อว่าการคว่ำบาตรไอซีซีเป็นแนวทางที่ถูกต้อง และสหรัฐก็ไม่เชื่อว่าไอซีซีมีเขตอำนาจศาลในการพิจารณาคดีเรื่องดังกล่าวเช่นกัน