แพงสุดในปวศ.! ศาลเกาหลีใต้สั่งแชโบลกลุ่ม SK จ่าย 3.6 หมื่นล้าน จบคดีหย่า
เช แทวอน มหาเศรษฐีชาวเกาหลีใต้ แชโบลเจ้าของกลุ่ม SK ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่อันดับ 2 ของโลก ถูกศาลเกาหลีใต้สั่งให้จ่ายเงิน 1.38 ล้านล้านวอน หรือ 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3.7 หมื่นล้านบาทให้กับโน โซ ยอง ภริยา ซึ่งถือเป็นการจ่ายเงินในข้อตกลงหย่าร้างที่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ของเกาหลีใต้
จำนวนเงินที่ศาลสั่งให้เชจ่ายให้กับภริยาเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากคำตัดสินของศาลชั้นต้นก่อนหน้านี้ที่ 6.65 หมื่นล้านวอน เนื่องจากศาลระบุว่าได้คำนึงถึงการมีส่วนร่วมของโน ที่เป็นบุตรสาวของอดีตประธานาธิบดีโน แท วู ของเกาหลีใต้ ซึ่งทำให้ธุรกิจของเชประสบความสำเร็จ
SK Group ดำเนินธุรกิจที่หลากหลายในเกาหลีใต้ซึ่งรวมถึงเป็นผู้ให้บริการมือถือชั้นนำของประเทศ และยังเป็นเจ้าของบริษัท SK Hynix ซึ่งเป็นผู้ผลิตชิปหน่วยความจำรายใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก
ศาลจึงระบุว่ามีเหตุผลที่จะตัดสินว่าโน ในฐานะภรรยาของเขา มีบทบาทในการเพิ่มมูลค่าของ SK Group และกิจกรรมทางธุรกิจของสามี นอกจากนี้ศาลยังบอกด้วยว่าเงินชดเชยการหย่าร้างก้อนใหม่ยังคำนึงถึงความทุกข์ทรมานทางจิตใจที่เธอได้รับเนื่องจากการนอกใจของฝ่ายชาย ซึ่งมีลูกกับหญิงคนใหม่ด้วย
ศาลยังบอกอีกว่า เชไม่ได้แสดงท่าทีสำนึกผิดใดๆ ต่อพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเขาระหว่างการพิจารณาคดี และไม่เคารพการมีคู่สมรสเพียงคนเดียว โดยศาลได้สั่งให้เชจ่ายเงินชดเชยเป็นเงินสด
ศาลสูงกรุงโซลระบุว่า อดีตประธานาธิบดีโน แท วู ได้มีส่วนช่วยให้ธุรกิจของเชก้าวหน้าในช่วง 5 ปีที่เขาดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีเกาหลีใต้ โดยได้ลดอุปสรรคด้านกฎระเบียบสำหรับเช จอง ฮยอน อดีตประธาน SK Group ผู้ล่วงลับ ซึ่งเป็นบิดาเช แทวอน ด้วย
“อดีตประธานาธิบดีโน แท วู เป็นโล่ป้องกันให้กับอดีตประธานเช เมื่อนักธุรกิจผู้ล่วงลับผู้นี้พยายามจะเข้าสู่ธุรกิจผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถือ โดยให้ความช่วยเหลือที่จับต้องไม่ได้แก่ครอบครัวเช” ศาลระบุ
ศาลประเมินความมั่งคั่งสุทธิของเชว่าอยู่ที่ประมาณ 4 ล้านล้านวอน ซึ่งศาลสั่งว่าโน ที่มีบุตรด้วยกัน 3 คน จะได้รับส่วนแบ่ง 35% จากทรัพย์สินของสามี แต่ทีมกฎหมายของเชยืนยันว่าพวกเขาจะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินล่าสุด โดยให้เหตุผลว่าศาลถือเอาข้ออ้างเพียงฝ่ายเดียวของโนที่ระบุว่า บิดาของเธอได้ให้ความช่วยเหลือในการทำธุรกิจของตระกูลสามีว่าเป็นข้อเท็จจริง ทั้งที่จริงแล้ว SK Group ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากรัฐบาลโน พร้อมยังให้การสนับสนุนทางการเงินต่างๆ ด้วย
อย่างไรก็ดีหุ้นของ SK Group เพิ่มขึ้น 9% หลังคำตัดสินของศาล ซึ่งเชื่อว่าน่าจะเป็นเพราะจำนวนเงินที่ศาลสั่งจ่ายน้อยกว่าที่หลายฝ่ายคาดการณ์

