ดับอนาคต! วิศวกรผู้ดีอาการเพียบ หมอแจ้งอาจทำงานเดิมไม่ได้ เหตุบินสิงคโปร์ตกหลุมอากาศแรง
เมื่อวันที่ 3 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าว The Mirror รายงานว่า แบรดรีย์ ริชาร์ด วิศวกรในวัย 29 พลเมืองของสหราชอาณาจักร ต้องเข้ารับการเย็บบาดแผลที่ศีรษะ 20 เข็ม นอกจากนี้ยังค้นพบว่ามีรอยแตกที่กระดูกสันหลังและคอถึงหกส่วน และยังตรวจพบเลือดไหลภายในด้วย
ริชาร์ดเดินทางกับสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ในเที่ยวบิน SQ321 โดยมีจุดหมายจากลอนดอนไปยังจุดหมายปลายทางสิงคโปร์ ก่อนที่ตัวเครื่องบินเริ่มสูญเสียระดับความสูงในเขตพื้นที่ของประเทศเมียนมา จนต้องลงจอดฉุกเฉินที่สนามบินสุวรรณภูมิเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคมที่ผ่านมา ทำให้เจฟฟ์ คิทเช่น ชายวัย 73 ปี จากธอร์นบรีเสียชีวิต ซึ่งคาดว่าน่าจะมาจากอาการหัวใจล้มเหลว ในขณะที่ผู้โดยสารอีกจำนวนมากได้รับบาดเจ็บ
แบรดรีย์เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า เขาเชื่อว่าเขาหมดสติไป หลังจากที่ตื่นขึ้นมาก็มีเลือดไหลออกมาจากศีรษะ เขารู้สึกปวดจากกระดูกสันหลังทันที จนต้องย้ายร่างของเขาลงมาด้วยรถเข็นเมื่อเครื่องบินลงจอดที่กรุงเทพฯ เขาบรรยายเพิ่มเติมอีกว่า ฉากในเครื่องบินเหมือนกับหลุดออกมาจากในหนัง เขาอยู่ใกล้กับด้านหลังของตัวเครื่องบิน ยังคงจำเหตุการณ์เจ้าหน้าที่ทางการแพทย์วิ่งเข้ามาเพื่อดูแลบรรดาผู้ที่ได้รับอาการบาดเจ็บทั้งหมดที่ต่างนอนอยู่กับพื้น เป็นเหตุการณ์อันน่าหดหู่
หมอที่ให้การรักษาได้ให้ความเห็นกับเขาว่า มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะไม่สามารถกลับมาทำอาชีพเดิมของเขาในฐานะวิศวกรโทรคมนาคมได้อีกต่อไป แบรดรีย์อธิบายความรู้สึกเพิ่มเติมว่า “มันน่าผิดหวัง ผมทำงานในตำแหน่งนั้นมาตลอด 7 ปี ผมไม่สามารถจินตนาการที่จะเปลี่ยนไปทำอาชีพอื่นได้เลย” ถึงอย่างนั้นแบรดรีย์กล่าวว่า เขาจะพยายามคิดในแง่บวกเท่าที่จะเป็นไปได้ นอกจากนี้ยังได้เอ่ยชมสายการบินและโรงพยาบาลที่ได้ปฏิบัติต่อเขาเป็นอย่างดี
จากการสืบสวนเบื้องต้นของหน่วยงานสืบสวนความปลอดภัยด้านการขนส่งของสิงคโปร์ระบุว่า เครื่องบินตกลงมา 178 ฟุตในเวลาเพียง 4 วินาที ส่งผลให้ผู้โดยสารที่ไม่ได้คาดเข็มขัดนิรภัยได้รับบาดเจ็บ

