นักวิจัยเผย พฤติกรรมมนุษย์เป็นสาเหตุหลัก ทำอุณหภูมิโลกพุ่งสูง
เอพีรายงานว่า อุณหภูมิที่ร้อนระอุในปี 2023 ส่งผลให้นักวิจัยจำนวน 57 คนจากทั่วโลกการทำการศึกษาหาสาเหตุของวิกฤตนี้ โดยนักวิจัยได้ใช้วิธีการวิจัยที่สหประชาชาติอนุมัติ และเผยว่า 92% ของสาเหตุที่ทำให้อุณหภูมิโลกพุ่งทะยานแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เป็นผลมาจากพฤติกรรมมนุษย์ และไม่เห็นหลักฐานว่าการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศจะมีส่วนช่วยเร่งความเร็วของโลกร้อนอย่างมีนัยสำคัญไปว่าการเพิ่มขึ้นของการเผาไหม้เชื้อเพลิงฟอสซิล
การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิที่สูงจัดมีแนวโน้มว่าจะรุนแรงมากขึ้นกว่าที่นักวิทยาศาสตร์ได้คาดการณ์ไว้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเผาเชื้อเพลิงฟอสซิส ซึ่งส่งผลให้ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จำนวนมหาศาลลอยสู่ชั้นบรรยากาศ นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า ในปี 2023 เพียงแค่ปีเดียวอุณหภูมิโลกเพิ่มสูงขึ้นถึง 1.43 องศาเซลเซียส สูงกว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นในห้วงเวลา 10 ปีระหว่างปี ค.ศ. 1850 ถึง ค.ศ. 1900 โดยพฤติกรรมของมนุษย์มีอิทธิพลในการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิมากถึง 1.13 องศาเซลเซียส โดยมีเพียงแค่ 8% ของอุณหภูมิที่สูงขึ้นเท่านั้นที่เป็นผลมาจากปรากฎการณ์เอลนีโญ ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ทางธรรมชาติ
นักวิจัยแสดงความกังวลในเรื่องนี้อย่างยิ่ง และกล่าวถึงบทบาทสำคัญของมนุษย์ในการแก้ไขปัญหานี้ แม้ว่าจะมีความพยายามในการลดปริมาณสารกำมะถันในเชื้อเพลิงน้ำมันที่ถูกเผาผลาญโดยเรือบรรทุกสินค้า ทว่าเหตุการณ์ไฟป่าในแคนาดา และภูเขาไฟใต้ทะเลพ่นอนุภาคความเย็นออกมาด้วย ความร้อนเย็นที่ผันผวนทวีความรุนแรงของการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ
นอกจากนี้หากมนุษย์ยังคงใช้พลังงานถ่านหิน น้ำมัน และแก๊สธรรมชาติ อุณหภูมิโลกมีแนวโน้มว่าจะสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยภายในปี 2029 อุณหภูมิโลกอาจสูงขึ้นถึง 1.5 องศาเซลเซียส ข้ามเกณฑ์มาตรฐานสากล ซึ่งจะส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสิ่งแวดล้อม เช่น เร่งการละลายของน้ำแข็งในอาร์กติก การสูญเสียแนวประการัง พืชผลและสัตว์หลายสายพันธุ์ รวมถึงทำให้เกิดอากาศที่ร้อนจัดสามารถคร่าชีวิตมนุษย์ได้

