วิถีชีวิตชนเผ่าแอมะซอนเปลี่ยนไป เมื่อมีอินเตอร์เน็ตความเร็วสูงใช้
เมื่อไม่นานมานี้ผู้สื่อข่าวของนิวยอร์กไทม์ส ได้เข้าไปสำรวจผลกระทบของอินเตอร์เน็ตที่มีต่อชุมชนมาบูโรในบราซิล หลังจากการเปิดตัวบริการอินเตอร์เน็ตผ่านดาวเทียม ในโครงการ Starlink ของ อีลอน มัสก์ ที่เปิดตัวที่บราซิลในปี 2022 ได้เปิดโอกาสในเข้าถึงอินเตอร์เน็ตในบรรดาชนเผ่าห่างไกลที่อาศัยอยู่ในแอมะซอน
หนึ่งในนั้นคือชนเผ่ามารูโบที่มีประชากรราวๆ 2,000 คน ซึ่งเป็นหนึ่งในชนเผ่าที่อาศัยอยู่พื้นที่แยกตัวออกมาโดดเดี่ยวมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก โดยถึงแม้ว่าชาวมาบูโรยังมีปฏิสัมพันธ์และการติดต่อกับโลกภายนอกอยู่ แต่พวกเขายังคงยึดมั่นในวิถีชีวิตของตัวเองมาเป็นเวลาอย่างยาวนาน
พวกเขาดำรงชีพโดยการล่าสัตว์และปลูกพืชผลด้วยตัวเอง มีภาษาของตัวเอง อาศัยอยู่ริมแม่น้ำ Itu และนิยมปลูกกระท่อมเป็นที่อยู่อาศัย แต่แล้วเมื่อ 9 เดือนก่อนสัญญาณอินเตอร์เน็ตก็มาถึงบรรดาชาวเผ่า โดยแต่ละเผ่าจะมีเสาสัญญาณอยู่เผ่าละ 2 เสา
ภาพที่นักข่าวภาคสนามได้เห็นคือภาพที่บรรดาวัยรุ่นชาวมาบูโรกำลังเลื่อนดูอินสตาแกรม และกลุ่มผู้ชายรวมตัวกันใช้โทรศัพท์มือถือเพื่อดูการถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอล
ชาวมารูโบได้รับผลประโยชน์มากมายจากอินเตอร์เน็ต อย่างการติดต่อกับผู้คนในพื้นที่ห่างไกล รวมไปถึงโอกาศในการเข้าถึงการศึกษาที่มากขึ้น รวมไปถึงความรวดเร็วที่มากขึ้นในการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ความเป็นไปได้ที่ตัวเทคโนโลยีจะนำไปสู่การแลกเปลี่ยนวัตนธรรม
อย่างไรก็ตาม ชาวมาบูโรจำนวนมากยังมีความเห็นในเชิงลบต่ออินเตอร์เน็ต ไซนามา มารูโบ ชาวบ้านในวัย 73 ปีให้ความเห็นว่า “เมื่อการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้น ทุกคนต่างก็มีความสุข” อย่างไรก็ตาม ตอนนี้สิ่งต่างๆ แย่ลง เธอให้เหตุผลว่า “คนหนุ่มสาวเริ่มที่จะเกียจคร้านเพราะอินเตอร์เน็ต และ “พวกเขากำลังเรียนรู้วิถีของคนผิวขาว”
อัลเฟรโด มารูโบ กล่าวว่าสื่อลามก โดยเฉพาะวิดีโอทางเพศเป็นเรื่องที่น่ากังวลเป็นพิเศษ บรรดาผู้นำและผู้อาวุโสในชุมชน ตั้งข้อสังเกตต่อพฤติกรรมทางเพศที่ก้าวร้าวมากขึ้นจากชายหนุ่มในชุมชน
ถึงอย่างนั้นผลสำรวจของนิวยอร์กไทม์ส ถึงความเห็นของชาวมาบูโรที่มีต่ออินเตอร์เน็ตนั้น โดยส่วนใหญ่แล้ว มีความเห็นไปในเชิงบวก โดยมองว่าอินเตอร์เน็ตจะให้ประโยชน์มากกว่าอันตราย และ ไม่ต้องการให้อินเทอร์เน็ตถูกพรากไปจากพวกเขา โดยอาจกล่าวสรุปได้ว่าอย่างน้อยในตอนนี้ชาวมาบูโร ยังคงต้องการให้มีอินเตอร์เน็ตอยู่ในชุมชนของพวกเขา
เอเนโก้ มารูโบ ผู้นำชุมชนของชาวมารูโบ ในวัย 40 ปี เป็นหัวหอกคนสำคัญในการผลักดันการนำ Starlink และ อินเตอร์เน็ตมาสู่ชุมชนของ เขายอมรับถึงความท้าทายที่เกิดในช่วงแรกๆต่อวิถีชีวิตจากการนำอินเตอร์เน็ตเข้ามาในชุมชน โทรศัพท์ทำให้พวกเขาเสพติดกับมัน ทำให้ผู้คนไม่ได้ล่าสัตว์และทำการเพาะปลูกมากเท่าที่ควรเหมือนที่เคยเป็นมา โดยปัญหานี้ได้รับการแก้ไขในระดับหนึ่ง โดยมาตรการจากผู้นำชุมชนคือการจำกัดเวลาในการเปิดการเข้าถึงของอินเตอร์เน็ตในชุมชน โดยจะเปิดอยู่เพียง 2 ชั่วโมงในตอนเช้า 5 ชั่วโมงในตอนเย็น และทั้งวันในวันอาทิตย์ เพื่อให้แน่ใจว่าอินเตอร์เน็ตจะไม่ส่งผลต่อความขาดแคลนอาหารในชุมชน
มารูโบ ให้ความเห็นว่า “ในหมู่บ้าน ถ้าเราไม่ล่าสัตว์ ตกปลาและเพาะปลูกพืช เราก็จะไม่มีกิน “

