หน้าแรก ต่างประเทศ แฟนเก่าลูกชาย...

แฟนเก่าลูกชายไบเดนรับผวา รีบนำปืนไปทิ้งหลังเจอในรถ ปธน.มะกันบอกพร้อมรับคำตัดสิน

7.06.24 | 16:58 น.
AP
แฟนเก่าลูกชายไบเดนรับผวา รีบนำปืนไปทิ้งหลังเจอในรถ ปธน.มะกันบอกพร้อมรับคำตัดสิน

บีบีซีรายงานว่า นางเฮลีย์ ฮันเตอร์ ซึ่งนอกจากจะเป็นแฟนเก่านายฮันเตอร์ ไบเดน ลูกชายประธานาธิบดีสหรัฐ แล้วยังเป็นภรรยาเก่าของนายโบ ไบเดน พี่ชายของนายฮันเตอร์ที่เสียไปอีกด้วย ยอมรับในชั้นศาลว่าเธอตื่นตระหนกตกใจเป็นอย่างมากเมื่อเธอค้นเจอปืนในรถ ในคดีที่เป็นเหตุให้ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของประธานาธิบดีสหรัฐต้องเผชิญกับข้อพิพาททางกฎหมาย

ฮันเตอร์ถูกดำเนินคดีในข้อหาว่าเขาจงใจปลอมแปลงเอกสารราชการเรื่องการซื้อปืนพกลูกโม่ และกระสุนจากร้านขายอาวุธในรัฐเดลาแวร์เมื่อปี 2561 นอกจากเรื่องเจอปืนแล้ว นางเฮลี่ย์ยังบอกด้วยว่าเธอเจอโคเคนและอุปกรณ์เสพยาในรถของฮันเตอร์ด้วย และยอมรับว่าเธอเริ่มสูบโคเคนหลังจากที่นายฮันเตอร์แนะนำเธอให้ลอง ทำให้เธอรู้สึกอับอายและผิดหวังในตัวเองเป็นอย่างมาก

เฮลี่ย์กล่าวต่อลูกขุนในชั้นศาลว่าหลังจากที่เธอเจอปืนแล้วนั้น เธอกังวลอย่างมากว่าฮันเตอร์อาจใช้ปืนนั้นทำร้ายตัวเอง อีกทั้งลูกทั้งสองของเธอพบมันและทำให้เกิดอันตราย เธอจึงนำปืนนั้นทิ้งไปในถังขยะสาธารณะก่อนที่จะถูกผู้อื่นพบและหยิบไปในภายหลัง เฮลี่ย์ยืนยันว่าเธอได้ยุติในใช้โคเคนโดยสมบูรณ์แล้ว ทว่าฮันเตอร์ยังคงเสพยาต่อไป โดยรับมาจากพ่อค้าค้ายาที่ใช้ชื่อว่ามุกกี้ นอกจากนี้เฮลี่ย์ได้แสดงหลักฐานข้อความสนทนาที่เกี่ยวข้องหลายข้อความเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ของตน

ทั้งนี้ นายฮันเตอร์ถูกฟ้อง 3 ข้อหา ทั้งเรื่องการละเมิดการถือครองปืนที่ถูกกฎหมายและการใช้ยาเสพติด ซึ่งอาจจะทำให้เขาต้องคดีความถึง 25 ปี อย่างไรก็ดีเขายืนกรานปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ฝ่ายทนายความของเขายังโต้แย้งคำร้องในเรื่องที่เขาใช้ยาเสพติดอีกว่าเขาไม่ได้โกหก เพราะขณะนั้นเป็นช่วงเวลาที่เขาอยู่ระหว่างการรักษา

ในขณะที่ฮันเตอร์ขึ้นศาลอยู่นั้น ประธานธิบดีไบเดนยังคงปฏิบัติหน้าที่ของตนต่อไป โดยในวันที่ 6 มิถุนายนที่ผ่านมา ไบเดนได้ไปร่วมงานระลึกครบรอบ 80 ปีของวันดีเดย์ ที่ฝรั่งเศส แต่เขากล่าวระหว่างการให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC ว่าเขาจะยอมรับคำตัดสินของศาลในเรื่องนี้ทั้งหมด และจะไม่มีการยื่นอุทธรณ์หากฮันเตอร์ถูกตัดสินว่าทำผิดจริง นอกจากคดีนี้แล้ว ฮันเตอร์ยังเผชิญคดีหลบเลี่ยงการจ่ายภาษีมูลค่ากว่า 1.4 ล้านดอลลาร์ (ประมาณ 51 ล้านบาท) ที่ศาลรัฐแคลิฟอร์เนียอีกด้วย