หน้าแรก ต่างประเทศ ครั้งแรก! หน่...

ครั้งแรก! หน่วยงานด้านอาหาร UN เผย ปลาเลี้ยงเป็นแหล่งอาหารหลัก แซงหน้าปลาจากการทำประมง

8.06.24 | 17:35 น.
REUTERS

ครั้งแรก! หน่วยงานด้านอาหาร UN เผย ปลาเลี้ยงเป็นแหล่งอาหารหลัก แซงหน้าปลาจากการทำประมง

รอยเตอร์รายงานว่า องค์การอาหารและการเกษตรแห่งสหประชาชาติ (เอฟเอโอ) เผยว่า เป็นครั้งแรกที่ผลผลิตจากปลาที่เลี้ยงในฟาร์มที่ถูกนำออกจำหน่ายในท้องตลาด มีปริมาณมากกว่าปลาที่ถูกจับจากการประมงแบบดั้งเดิม และหวังว่าผู้ประกอบการจะสามารถสร้างอุปสงค์ให้มากพอกับอุปทานอาหารทะเลที่มากขึ้น

เอฟเอโอซึ่งมีสำนักงานใหญ่อยู่ในกรุงโรม ประเทศอิตาลี ระบุว่า การประมงและการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ ซึ่งหมายถึงการทำฟาร์มเลี้ยงสัตว์ทะเล อาทิ ปลา กุ้ง กั้ง ปู หอย พืชน้ำและสาหร่ายในสภาพแวดล้อมที่มีการควบคุมในปี 2022 พุ่งสูงเป็นประวัติการณ์ถึง 223.2 ล้านตัน

การเพาะเลี้ยงพืชและสัตว์ในน้ำได้ส่งอาหารทะเลเข้าสู่ท้องตลาดสูงถึง 130.9 ล้านตัน โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 51% หรือราว 130.9 ล้านตัน ของการผลิตที่เป็นสัตว์น้ำป้อนตลาดทั้งหมด

ในห้วงห้าปีที่ผ่านมา การทำฟาร์มเพาะเลี้ยงเป็นระบบการผลิตที่เติบโตเร็วที่สุด จำนวนผลผลิตที่มากขนาดนี้แสดงให้เห็นว่าอาหารทะเลที่มนุษย์เราบริโภคนั้น ไม่ได้มาจากการประมงแบบดังเดิมแต่มาจากการทำฟาร์มสัตว์ทะเลเหล่านี้ จำนวนปลาบนท้องตลาดที่มาจากการประมงแบบดังเดิมมีตัวเลขคงเดิมที่ 92.3 ล้านตันตั้งแต่ปลายปีทศวรรษที่ 1980 ในขณะที่ความต้องการในการบริโภคอาหารนั้นเพิ่มขึ้น

Advertisement

เอฟเอโอระบุว่า มีเพียง10 ประเทศ ได้แก่ จีน อินโดนิเซีย อินเดีย เวียดนาม บังคลาเทศ ฟิลิปปินส์ เกาหลีใต้ นอร์เวย์ อียิปต์ และชิลี ที่กินสัดส่วนถึง 90% ของผู้ผลิตอาหารทะเลด้วยวิธีทำฟาร์มสัตว์ทะเลทั้งหมด ทำให้เห็นว่าการขยายห่วงโซ่การผลิตให้มากขึ้นจึงมีความสำคัญ โดยเฉพาะในทวีปแอฟริกาซึ่งเป็นทวีปที่นำเข้าปลาเป็นหลัก

อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์ชี้ว่าการทำฟาร์มเพาะเลี้ยงนั้นเป็นหายนะต่อระบบนิเวศและทำลายสิ่งแวดล้อม เหตุเพราะได้ปล่อยให้สัตว์ต่างถิ่นและเชื้อโรคต่างๆ รุกรานธรรมชาติ แต่เอฟเอโอยืนยันว่า ปัญหานี้สามารถหลีกเลี่ยงได้ด้วยการมีกฎระเบียบและการควบคุมที่เหมาะสม

เอฟเอโอยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับปัญหาความยั่งยืน แต่ก็ยอมรับว่าบริษัทหลายๆ แห่ง เช่นบริษัทผลิตทูน่า เริ่มคำนึงถึงการประกอบธุรกิจแบบยั่งยืนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมมากขึ้นซึ่งใกล้แตะระดับสูงถึง 90% ซึ่งถือเป็นพัฒนาการที่โดดเด่นในทศวรรษที่ผ่านมา อย่างไรก็ดี วิถีการบริโภคสัตว์ทะเลของมนุษย์กว่า 80% นั้นทำลายสิ่งแวดล้อม