ทางการสหรัฐสั่งอพยพผู้คนที่อาศัยอยู่ใต้เขื่อนทะเลสาบออโรวิลล์ ทางตอนเหนือของรัฐแคลิฟอเนียเป็นการด่วน เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังน้ำทะลักออกจากทางน้ำล้นอย่างหนักและพบว่าชิ้นส่วนซีเมนต์ของสันเขื่อนบางจุดหายไปจนทำให้โครงสร้างของเขื่อนอ่อนแอลงและหวั่นเกรงว่าเขื่อนอาจแตกได้ขณะที่น้ำจำนวนมากที่ล้นออกมาจากเขื่อนก็ไหลบ่าไปตามแม่น้ำฟีเธอร์ลงไปสู่ชุมชนใต้เขื่อน
แถลงการณ์ของนายอำเภอเขตบัตต์ระบุว่า ขอให้คนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใต้เขื่อนรวมถึงพื้นที่ปลายน้ำทุกคนอพยพเป็นการด่วน และนี่ไม่ใช่การซ้อม ทั้งนี้กรมทรัพยากรน้ำของแคลิฟอร์เนีย ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำของรัฐเผยว่า เขื่อนน่าจะแตกภายในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า แต่ดูเหมือนสถานการณ์ในเวลาต่อมายังไม่เลวร้ายอย่างที่หวั่งเกรงกัน แม้ว่าน้ำจะยังคงไหลแรง แต่เจ้าหน้าที่ได้นำเฮลิคอปเตอร์ขนหินเข้าไปถมรอยแตกที่เกิดขึ้นบริเวณทางน้ำล้น รวมถึงมีการปล่อยให้น้ำในเขื่อนลดระดับลงด้วย ทำให้สถานการณ์ไม่เลวร้ายเท่าที่คาดการณ์ไว้แต่แรก แต่ยังคงมีการจับตาดูสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
ทั้งนี้น้ำล้นเขื่อนเกิดจากฝนที่ตกลงมาอย่างหนักต่อเนื่องกัน โดยทางการได้ตั้งศูนย์สำหรับผู้อพยพขึ้นห่างออกไปราว 32 กิโลเมตรในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของออโรวิลล์ แต่การเดินทางเป็นไปอย่างยากลำบากเพราะรถติดอย่างหนักเนื่องจากผู้คนต่างเร่งอพยพออกไปยังพื้นที่ที่ปลอดภัย เบื่้องต้นมีรายงานว่ามีคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงถึง 200,000 คน

