
สภายุโรปป่วน พรรคขวาจัดที่นั่งพุ่ง ฝรั่งเศสระส่ำ ‘เลอเปน’ คว้าชัย ‘มาครง’ ชิงประกาศเลือกตั้งใหม่ 30 มิ.ย.
การเมืองยุโรปเผชิญกับความไม่แน่นอน หลังฝ่ายขวาจัดคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน เพิ่มขึ้นในหลายประเทศ อาทิ อิตาลี ออสเตรีย และเยอรมนี แต่แรงสั่นสะเทือนที่หนักหนาสาหัสที่สุดน่าจะเป็นในฝรั่งเศส ที่พรรคขวาจัดของนางมารีน เลอเปน ได้คะแนนเสียงมากกว่าฝ่ายของนายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสถึง 2 เท่า
ผลการเลือกตั้งที่พันธมิตรของเขาพ่ายแพ้แก่พรรคขวาจัด ทำให้ประธานาธิบดีมาครงเดิมพันอนาคตทางการเมืองของตนเองด้วยการประกาศยุบสภาและกำหนดวันเลือกตั้งทันทีในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ที่ดูเหมือนจะกลายเป็นการเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับทิศทางทางการเมืองในอนาคตของยุโรป
แม้ว่าจากการคาดการณ์เบื้องต้น พรรคประชาชนยุโรป (อีพีพี) ซึ่งเป็นพรรคขวากลางของนางอัวร์ซูลา ฟอน แดร์ ไลเอิน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรป จะยังคงครองเสียงข้างมากในรัฐสภายุโรปอยู่เช่นเดิม ขณะที่พรรคของจอร์เจีย เมโลนี นายกรัฐมนตรีอิตาลี และโดนัลด์ ทัสก์ ผู้นำสายกลางของโปแลนด์ ยังคงได้รับเสียงสนับสนุนที่แข็งแกร่ง โดยพรรคฝ่ายซ้ายและพรรคกรีนครองที่นั่งมากที่สุดในสวีเดน ฟินแลนด์ และเดนมาร์ก
ในภาพรวม พรรคสายกลาง พรรคเสรีนิยม และพรรคสังคมนิยมน่าจะรักษาเสียงข้างมากในรัฐสภายุโรปที่มีที่นั่งรวม 720 ที่นั่งเอาไว้ได้ แต่การลงคะแนนเสียงดังกล่าวก็สร้างความผิดหวังให้กับผู้นำชาติใหญ่ในยุโรปอย่างฝรั่งเศส รวมถึงนายโอลาฟ โชลซ์ นายกรัฐมนตรีเยอรมนี ที่พรรคสังคมประชาธิปไตยของเขาเผชิญกับการทำผลงานได้ย่ำแย่ที่สุดเท่าที่เคยมีมา ภายใต้ชัยชนะของพรรคอนุรักษนิยมกระแสหลักและกลุ่มขวาจัดในเยอรมนี
การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นรัฐสภายุโรปอาจทำให้การผ่านร่างกฎหมายใหม่ที่จำเป็นเป็นไปได้ยากขึ้น ตั้งแต่การตอบสนองความท้าทายด้านความมั่นคง ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ หรือการแข่งขันด้านอุตสาหกรรมจากจีนและสหรัฐอเมริกา
พรรคอีพีพียังคงเป็นพรรคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภายุโรปชุดใหม่ โดยได้ที่นั่งเพิ่มขึ้น 5 ที่นั่ง ทำให้มีผู้แทนรวม 189 คน โดยกลุ่มสังคมนิยมและพรรคเดโมแครตซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายกลางมีแนวโน้มที่จะได้ที่นั่งตามมาในอันดับ 2 แม้จะสูญเสียที่นั่งในสภานิติบัญญัติไป 4 ที่ ทำให้เหลือผู้แทน 135 คน
ฟอน แดร์ ไลเอิน ซึ่งคาดว่าจะลงสมัครชิงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการยุโรปสมัยที่ 2 ออกมาแสดงท่าทีเป็นเกราะป้องกันกระแสสุดโต่งโดยย้ำว่า ไม่มีเสียงข้างมากใดจะเกิดขึ้นได้หากไม่มีอีพีพี และมีเพียงแต่การร่วมมือกันเท่านั้นที่จะทำให้เราสามารถสร้างป้อมปราการต่อต้านพวกสุดโต่งทั้งจากฝ่ายซ้ายและฝ่ายขวา
อย่างไรก็ดี ฟอน แดร์ ไลเอิน รับว่า มันเป็นเรื่องจริงที่พวกเขาทั้งสองฝ่ายได้รับการสนับสนุน และนี่คือเหตุผลว่าทำไมผลลัพธ์ในการเลือกตั้งจึงมาพร้อมกับความรับผิดชอบอันยิ่งใหญ่สำหรับพรรคต่างๆ ที่อยู่ตรงกลาง
ผู้สังเกตการณ์ทางการเมืองมองว่า การเปลี่ยนแปลงไปยังพรรคฝ่ายขวาเกิดขึ้นจากค่าครองชีพที่พุ่งสูงขึ้น ความกังวลเกี่ยวกับการย้ายถิ่นฐาน ต้นทุนที่มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงสีเขียว และสงครามในยูเครน ซึ่งอันที่จริงแล้วมันเป็นความกังวลที่เกิดขึ้นกับทุกคนไม่ว่าจะอยู่ในพรรคใดก็ตาม
