เลือกตั้งสหรัฐ กับ ตรรกะวิบัติ สองพรรคใหญ่มุ่งเน้นเป้าหมาย หลงลืมจริยธรรม โจ ไบเดน-โดนัลด์ ทรัมป์ ยิงนกผิดตัว
การหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐได้เข้าขั้นเข้มข้น พรรคเดโมแครตส่งประธานาธิบดีโจ
ไบเดน วัย 81 ป้องกันตำแหน่ง ส่วนพรรครีพับลิกันส่งอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ วัย 77 เป็นผู้ท้าชิงสองผู้เฒ่าต่อสู้กันดุเดือด ดุเดือดขนาดฉายภาพถึงคุณภาพชั้นเลวแห่งระบอบประชาธิปไตยของสหรัฐ
ทั้งสองพรรคยึดมาตรการต่อต้านจีนและถือว่าจีนเป็นศัตรูคือ “จุดขาย” คลังสมองของรีพับลิกันเสนอให้ทำการล้มล้างรัฐบาลจีน แต่เป็นเรื่องเหลวไหลสิ้นดี เพราะนโยบายอิสราเอลของสหรัฐได้ถูกแซงก์ชั่นในยุโรป สหรัฐก็ยังเอาตัวไม่รอด ไม่รอดเพราะต้องเผชิญกับผลสะท้อนกลับ
ไบเดนประกาศขึ้นภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่นำเข้าจากจีนเป็น 100 เปอร์เซ็นต์ ปัญหาเกี่ยวกับไต้หวันได้ปรับเปลี่ยนมาตรการไปมาก ส่วนโดนัลด์ ทรัมป์ได้ให้ “ลูกหาบ” ที่รับใช้สมัยเป็นประธานาธิบดีเขียนบทความ สรุปได้ว่า ยุทธศาสตร์ขั้นพื้นฐานที่สหรัฐควรมีต่อจีน คือ ผลักดันให้ประเทศจีน “เปลี่ยนแปลงระบอบการปกครอง” (Regime Change) หรือกล่าวอีกนัยหนึ่ง คือ ต้องการล้มล้างรัฐบาลจีน เหตุผลของเขา คือ รัฐบาลไบเดนยังเจริญรอยตามนโยบายที่อ่อนโยนของประธานาธิบดีริชาร์ด นิกสัน ในทศวรรษที่ 70 โดยไม่ใช้นโยบายอันแข็งกร้าวของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน ในทศวรรษที่ 80 ที่สามารถทำให้โซเวียตล่มสลาย
กรณีเป็นที่ประจักษ์ว่า การทูตสหรัฐกำลังเดินถอยหลัง ความคิดล้มล้างระบอบการปกครองของจีนก็เพื่อวัตถุประสงค์ในการดำเนินการตามอำเภอใจนั้น เป็นการอันฟื้นฟูภูมิปัญญาเก่าที่ล้มล้างโซเวียตได้สำเร็จ
แต่ความคิดดังกล่าวในที่สุดจะต้องเป็นการทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐ อันเนื่องจากสหรัฐไม่มีเงื่อนไขทางประวัติศาสตร์ เพื่อทำการเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของจีน เพราะจีนวันนี้มิใช่โซเวียตเมื่อทศวรรษที่ 90 คือจักรวรรดิโดดเดี่ยว GDP เท่ากับ 7.5 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่จีนเท่ากับ 20 เปอร์เซ็นต์ของโลก
ประเทศจีนมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลก เป็นประเทศการค้าที่ใหญ่ที่สุดในจำนวน 120 กว่าประเทศ อีกทั้งเป็นประเทศที่ผลิตรถยนต์ใหญ่ที่สุดในโลก การใช้รถยนต์ก็มากที่สุดในโลก
การที่สหรัฐจะเปลี่ยนแปลงการปกครองของจีนนั้น ถือเป็นตรรกะวิบัติ ในกาลอดีต สหรัฐต้องการล้มล้างการปกครองคิวบา อิรัก อัฟกานิสถาน เวเนซุเอลา แต่ในที่สุดต้องประสบความล้มเหลว
ต้องไม่ลืมว่าจีนเป็นประเทศใหญ่ที่เพียบพร้อมด้วยอาวุธนิวเคลียร์ ถ้าสหรัฐจะเปิดสงคราม
นิวเคลียร์
ในที่สุดก็ต้องเข้าทางที่ ดร.เฮนรี่ คิสซิงเจอร์เคยกล่าวไว้ “รับรองร่วมกันหายนะ” กรณีเป็นการทำลายผลประโยชน์ของสหรัฐ นักการทหารก็ชี้ว่า ถ้าเกิดสงคราม ณ “แนวเกาะที่ 1” (First Island Chain) สหรัฐก็ต้องพ่ายแพ้แล้ว เพราะไม่ว่าทางบก ทะเล และอากาศ สหรัฐเป็นรองกว่าจีนมากไม่มีโอกาสที่จะเอาชนะได้
คำถามจึงมีอยู่ว่า สหรัฐจะใช้วิธีการใดไปเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองหรือล้มล้างการปกครองของจีน
อนึ่ง รัฐบาลไบเดนทำงามหน้าสนับสนุนอิสราเอลอย่างเต็มสูบ จนกลายเป็นฝ่ายเสียงข้างน้อยในโลก
การใดที่พรรครีพับลิกัน หรือพรรคเดโมแครตได้กระทำไป ล้วนเป็นผลสะท้อนกลับ ยุโรปได้ประจักษ์ถึงนโยบายต่างประเทศของสหรัฐชนิด “หยาบ” และ “สาก” ก็เกิดความขยาด จึงจัดการแบ่งแยกกับวอชิงตัน และรักษาระยะห่าง พันธมิตรตะวันออกและโลกใต้ทยอยกันปลีกตัวออกห่าง ใช้เงินสกุลของตนทำการซื้อขาย
เหตุการณ์ใด ไม่ว่าจะเกิดขึ้นจากพรรครีพับลิกันหรือพรรคเดโมแครต ล้วนเป็นการพัฒนาแห่งคุณภาพชั้นเลวของการเมืองเลือกตั้ง ที่เลวร้ายที่สุดคือศัตรูจินตนาการ ประเทศจีนต้องกลายเป็นเป้า แต่สองผู้เฒ่า “ยิงนกผิดตัว” ผลร้ายย้อนกลับ ทำลายผลประโยชน์สหรัฐ กลายเป็นความโทมนัสแห่งประวัติศาสตร์สหรัฐในวาระเริ่มต้นของศตวรรษที่ 21 อันเกิดจากตรรกะวิบัติ มุ่งเน้นเป้าหมาย ขาดไร้จริยธรรม

