รายงาน UN ชี้ชัด ทั้ง ‘อิสราเอล-ฮามาส’ ต่างก่ออาชญากรรมสงคราม

AP

รายงาน UN ชี้ชัด ทั้ง ‘อิสราเอล-ฮามาส’ ต่างก่ออาชญากรรมสงคราม

คณะกรรมการสอบสวนของสหประชาชาติที่ตั้งขึ้นโดยคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) หลังเกิดเหตุฮามาสบุกถล่มอิสราเอลได้ 11 วัน ถูกเผยแพร่ออกมาในวันที่ 12 มิถุนายนนี้ สรุปว่า ทั้งอิสราเอลและฮามาสได้ก่ออาชญากรรมสงคราม และละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างร้ายแรง

รายงานดังกล่าวถือเป็นการสอบสวนเชิงลึกครั้งแรกของยูเอ็นเกี่ยวกับสงครามที่เกิดขึ้น ซึ่งกินเวลานานเข้าสู่เดือนที่ 8 แล้ว สะท้อนให้เห็นภาพที่น่าตกใจของทั้งสองฝ่ายที่ไม่คำนึงถึงกฎหมายระหว่างประเทศอย่างสม่ำเสมอ

คณะกรรมการสอบสวนระบุว่า ในวันที่ฮามาสและกลุ่มปาเลสไตน์ติดอาวุธเปิดฉากโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ได้มีการก่ออาชญากรรมสงครามคือ การจงใจโจมตีพลเรือน การฆาตกรรมหรือการฆ่าโดยเจตนา การทรมาน การปฏิบัติที่ไร้มนุษยธรรมหรือโหดร้าย การดูหมิ่นศักดิ์ศรีของบุคคล และการจับตัวประกันซึ่งรวมถึงเด็ก

Advertisement

การลงมือโจมตีดังกล่าวกระตุ้นให้อิสราเอลตอบโต้และประกาศสงครามกับฮามาส โดยในช่วงสองเดือนครึ่งแรกของการทำสงคราม คณะกรรมการพบว่าอิสราเอลได้ก่ออาชญากรรมสงครามที่ทำให้เกิดความอดอยาก การกักขังตามอำเภอใจ การสังหารและการบาดเจ็บของเด็กหลายหมื่นคน ขณะที่การก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ มาจากการโจมตีอย่างเป็นระบบในวงกว้าง และการพุ่งเป้าไปยังพลเรือน

ในรายงานซึ่งหนากว่า 200 หน้ายังบอกด้วยว่า ทั้งอิสราเอลและฮามาสต่างก่อความรุนแรงทางเพศ และจงใจโจมตีพลเรือน

การค้นพบดังกล่าวนี้มาจากการสัมภาษณ์เหยื่อและพยาน และโอเพนซอร์สหลายพันชิ้นที่มีการนำมาตรวจสอบผ่านการวิเคราะห์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ภาพถ่ายดาวเทียม รายงานการแพทย์ และการรายงานข่าวของสื่อ รวมถึงข้อกล่าวหาที่เกิดขึ้นโดยองค์การระหว่างประเทศหลักอื่นๆ

Advertisement

คณะกรรมการชี้ว่า การโจมตีของฮามาสถือเป็นเหตุการณ์ในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของอิสราเอล ซึ่งก่อให้เกิดความบอบช้ำทางจิตใจอันเจ็บปวดไม่ใช่เฉพาะชาวอิสราเอลแต่กับชาวยิวในทุกหนแห่ง มีการลักพาตัวประกันโดยไม่คำนึงถึงอายุหรือเพศ มุ่งเป้าไปที่สตรี และยังมีหลักฐานเกี่ยวกับความรุนแรงทางเพศ มีเด็กอิสราเอลหลายคนที่เสียชีวิต หลายคนต้องเห็นการสังหารพ่อแม่พี่น้องของพวกเขาเอง ทั้งยังตกเป็นเป้าของการลักพาตัว

ขณะที่คณะกรรมการระบุว่า การโจมตีตอบโต้กลับของอิสราเอลมีเป้าหมายที่จะสร้งความเสียหายสูงสุดโดยไม่มีการป้องกันที่เพียงพอ ซึ่งนำไปสู่การเสียชีวิตและบาดเจ็บสาหัสในฉนวนกาซา การทำลายโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือน โดยการใช้อาวุธหนักซึ่งมีความสามารถในการทำลายล้างสูงในพื้นที่ซึ่งมีประชากรหนาแน่น ถือเป็นการโจมตีพลเรือนโดยเจตนา ซึ่งส่งผลกระทบต่อผู้หญิงและเด็ก

นาวี พิเลย์ ประธานคณะกรรมการสอบสวน กล่าวว่า จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกคนที่ก่ออาชญากรรมจะต้องรับผิดชอบ และวิธีเดียวที่จะยุติวงจรความรุนแรงที่เกิดขึ้นซ้ำๆ รวมถึงการรุกรานและการแก้แค้นจากทั้งสองฝ่าย คือต้องแน่ใจว่าจะมีการปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศอย่างเคร่งครัด

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image