นายกฯหญิงเดนมาร์กเปิดใจครั้งแรก หลังถูกทำร้าย รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะตั้งใจทำงานต่อไป
เมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมาสำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก เมตเต เฟรเดอริกเซน ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ครั้งแรกนับตั้งแต่ถูกทำร้ายเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว โดยนายกฯหญิงเผยว่าเธอรู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง แต่จะยังคงตั้งใจทำงานต่อไป
โดยเมื่อวันที่ 7 มิถุนายนที่ผ่านมา นายกฯเฟรเดอริกเซน ได้รับการบาดเจ็บเล็กน้อยหลังจากชายคนหนึ่งพยายามทำร้ายเธอ ใจกลางกรุงโคเปนเฮเกน
โดยชายผู้ก่อเหตุได้เดินไปหา เฟรเดอริกเซน และผลักเธออย่างแรง ขณะที่เธอกำลังเดินผ่านจัตุรัสหลักของโคเปนเฮเกน จากนั้นคนร้ายทุบแขนขวาบนของเธอด้วยหมัดที่กำแน่น ก่อนที่จะถูกตำรวจเข้าควบคุมตัวในทันที
ทั้งนี้ ผู้ก่อเหตุเป็นชายชาวโปแลนด์วัย 39 ปี อาศัยอยู่ในเดนมาร์ก จะถูกนำตัวขึ้นพิจารณาคดีในวันที่ 20 มิถุนายน ด้วยข้อหาเบื้องต้นว่าด้วยการพยายามทำร้ายบุคคลของหน่วยงานรัฐ เจ้าหน้าที่สืบสวนได้รับอนุญาตให้ควบคุมผู้ต้องสงสัยทางอาญาไว้ในระหว่างการสอบสวนได้
สำหรับแรงจูงใจในความพยายามทำร้ายร่างกายนั้นยังไม่ชัดเจน เจ้าหน้าที่สืบสวนสงสัยว่าผู้ก่อเหตุอาจจะอยู่ภายใต้อิทธิพลของยาเสพติดและกำลังมึนเมาในขณะที่ก่อเหตุ โดยในชั้นศาล ผู้ก่อเหตุที่ไม่ได้ระบุชื่อไว้ ได้บอกกับศาล กล่าวยกย่องเฟรเดอริกเซนว่าเป็นนายกรัฐมนตรีที่ดีมาก
เฟรเดอริกเซน ในวัย 46 ปี ได้ทำหน้าที่นายกรัฐมนตรีของเดนมาร์กมาตั้งแต่ปี 2019 ไม่ได้ออกมาให้รายละเอียดมากนักเกี่ยวกับการทำร้ายร่างกายที่เกิดขึ้น โดยปฏิกิริยาของเธอในวันรุ่งขึ้นนั้นถือว่ายังอยู่ในเกณฑ์ปลอดภัยและสบายดี
ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน เฟรเดอริกเซน ได้ให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกหลังถูกทำร้าย ว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นน่ากลัวมาก แต่ก็ถือว่ามีเรื่องน่าตกใจ และว่า เรื่องที่เกิดขึ้นอาจจะเกิดจากหลายปัจจัย อย่างภัยคุกคามบนโซเชียลมีเดียที่ใช้เวลาสะสมความเกลียดชังเป็นเวลานานจนมันได้เลวร้ายลง โดยเฉพาะหลังสงครามในตะวันออกกลาง และ การแสงออกถึงความเกลียดชังในที่สาธารณะ โดยบางทีนั่นอาจเป็นฟางเส้นสุดท้าย
เฟรเดอริกเซน กล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “ในฐานะมนุษย์ ฉันรู้สึกเหมือนมันกำลังทำร้ายฉัน” และว่า ไม่สงสัยว่าเหตุที่ถูกทำร้ายเป็นเพราะเธอเป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งเท่ากับว่า เป็นการทำร้ายชาวเดนมาร์กทุกคน
นายกฯ หญิงกล่าวอีกว่า “ฉันอยากให้เดนมาร์กมีนายกรัฐมนตรีที่สามารถปั่นจักรยานไปทำงานได้โดยไม่ต้องกังวล” “หัวใจหลักของฉันคือฉันที่เป็นเมตเต แต่ฉันก็เป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศ เป็นสถาบันที่คุณไม่มีสิทธิจะโจมตีเหมือนตำรวจ”
โดยนายกฯ เฟรเดอริกเซน ไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะนับตั้งแต่เหตุโจมตี และ ไม่ได้เข้าร่วมในงานปาร์ตี้ใดๆ อาจจะเนื่องด้วยผลการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปที่ผ่านมา ที่พรรคโซเชียลเดโมแครตของเธอเผชิญกับการสูญเสียที่นั่งในสภาครั้งสำคัญ

