สหรัฐขยายมาตการคว่ำบาตร หวังทำลายเครือข่ายสนับสนุนอุตสหกรรมทหารของรัสเซียในต่างแดน
เมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา สำนักข่าววีโอเอรายงานว่า สหรัฐได้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย โดยพุ่งเป้าไปที่หน่วยงาน และ กลุ่มบุคคล เป้าหมายใหม่ๆ มากกว่า 300 ราย โดยเน้นไปที่ผลิตภัณฑ์และภาคบริการ ที่สามารถช่วยให้รัสเซียยังคงรักษาประสิทธิภาพในการทำสงคราม และ สามารถประครองตัวให้รอดจากสถานการณ์คว่ำบาตรไว้ได้
โดยนับตั้งแต่เริ่มสงคราม สหรัฐอเมริกาได้บังคับใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อภาคธุรกิจและพลเรือนชาวรัสเซียมากกว่า 4,000 ราย นอกจากนี้ทางการสหรัฐ แสดงความกังวลเกี่ยวกับความพยายามของรัสเซีย ในการจัดซื้อเซมิคอนดักเตอร์และอุปกรณ์ออพติคอลขั้นสูง ซึ่งสินค้าเหล่านี้ จำเป็นสำหรับการผลิตอาวุธขั้นสูง แม้ว่ารัสเซียกำลังเผชิญหน้ากับมาตรการคว่ำบาตรก็ตาม
ทั้งนี้ แอนโทนี บลิงเกน รัฐมนตรีต่างประเทศของสหรัฐ แถลงว่า สหรัฐจะใช้มาตรการทั้งหมดที่มีอยู่เพื่อขัดขวาง การเข้าถึงระบบการเงินระหว่างประเทศของรัสเซียในการทำสงคราม รวมไปถึงจะขัดขวางเล่นงานเครือข่ายที่สนับสนุนฐานอุตสาหกรรมทางการทหารของรัสเซีย เพื่อเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายที่รัสเซียต้องแบกรับไว้จากการทำสงคราม ในฐานะผู้ก่อเหตุรุกรานยูเครน
ในขณะที่ เจเน็ต เยลเลน รัฐมนตรีคลังสหรัฐ ได้ออกมาเปิดเผยว่า ภาคเศรษฐกิจสงครามของรัสเซียได้ถูกกีดกันออกจากระบบการเงินระหว่างประเทศ ทำให้กองทัพรัสเซียหมดหวังในการเข้าถึงในตลาดเศรษฐกิจภายนอก โดยการดำเนินการที่เกิดขึ้นโดยกระทรวงการคลังของสหรัฐ จะทำการโจมตีเส้นทางที่เหลือสำหรับการนำเข้าวัสดุและอุปกรณ์จากประเทศอื่นๆ
กระทรวงการคลังสหรัฐระบุเพิ่มอีกว่า รายชื่อดังกล่าวประกอบด้วยบริษัทที่มีฐานที่มั่นอยู่ในจีนหลายสิบแห่ง รวมถึงประเทศอื่นๆ อย่างตุรกีและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์
การคว่ำบาตรเพิ่มเติมของสหรัฐในครั้งนี้นั้น มีขึ้นในขณะที่บรรดาผู้นำจากประเทศร่ำรวยทางเศรษฐกิจอย่างของกลุ่มจี 7 เตรียมพบกันที่อิตาลีเพื่อเข้าร่วมการประชุมสุดยอด โดยประเด็นที่ถูกจัดไว้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดคือการสนับสนุนยูเครนและการทำลายประสิทธิภาพในการผลิตทางทหารของรัสเซีย

