อาร์เมเนีย วางแผนถอนตัวจากซีเอสทีโอ น้อยใจบางประเทศเข้าข้างอาร์เซอร์ไบจาน
เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน สำนักข่าวเอพีได้รายงานว่า ในช่วงเวลาที่ความตึงเครียดระหว่างของรัสเซียกับอาร์เมเนียที่เพิ่มมากขึ้น ผู้นำอาร์เมเนียประกาศความตั้งใจที่จะถอนตัวจากองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกัน (ซีเอสทีโอ) ที่ทำไว้กับรัสเซีย ทั้งนี้ในก่อนหน้านั้นอาร์เมเนียได้ระงับการมีส่วนร่วมในการฝึกซ้อมร่วมทางทหาร และปฏิเสธการเข้าร่วมประชุมสุดยอดผู้นำของซีเอสทีโอ
โดยเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา นิโคล ปาชินเนียน นายกฯของอาร์เมเนียได้แสดงจุดยืนอย่างเป็นทางการออกเป็นครั้งแรกระหว่างทำการตอบกระทู้ในรัฐสภา ว่าอาร์เมเนียมีแผนที่จะถอนตัวออกจากซีเอสทีโอ ทั้งนี้นายกรัฐมนตรีของอาร์เมเนีย ยังเปิดเผยอีกว่ารัฐบาลอาร์เมเนียจะมีการตัดสินใจในภายหลังว่า อาร์เมเนียจะถอนตัวจากองค์การสนธิสัญญาความมั่นคงร่วมกันเมื่อใด
ทั้งนี้นายกฯปาชินเนียน ได้ออกมาประณามซีเอสทีโอ สำหรับความล้มเหลวในการให้ความคุ้มครองอาร์เมเนียและกล่าวหาว่าสมาชิกของซีเอสทีโอบางประเทศนั้นเข้าข้างอาเซอร์ไบจาน
ปาชินเนียน กล่าว “เราจะถอนตัวออกมา” และว่า “เราจะตัดสินใจว่าเมื่อใด แต่เราจะไม่กลับมา ไม่มีทางเลือกอื่นแล้ว”
นายกฯ อาร์เมเนียยังเผยอีกว่า “เป็นที่ปรากฎว่าสมาชิกบางประเทศล้มเหลวในการปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้สนธิสัญญา นอกจากนี้ยังวางแผนทำสงครามต่อเรา ร่วมกับรัฐบาลอาเซอร์ไบจาน” แต่ทั้งนี้ปาชินเนียน ไม่ได้เปิดเผยออกมาว่าเป็นประเทศใดที่เขากล่าวอ้างถึง
หลังจากนั้นไม่นาน อารารัต มีร์โซยาน รัฐมนตรีต่างประเทศของอาร์เมเนียเน้นย้ำในประเด็นที่ว่า นายกฯยังไม่ได้ประกาศถอนตัวเต็มรูปแบบ คาดว่าเป็นความพยายามที่ในการบรรเทาความตึงเครียดที่จะเกิดขึ้นกับรัสเซียจากการแสดงจุดยืนนี้ของตัวนายกรัฐมนตรี
มีร์โซยันเผยอีกว่า “ใครที่ยืนยันว่านายกรัฐมนตรีอาร์เมเนียกำลังถอนตัวจาก ซีเอสทีโอ พวกเขาเข้าใจผิดพลาดแล้ว”
อย่างไรก็ตามสถานการณ์การเมืองภายในของอาร์เมเนียก็ไม่สู้ดีนัก เพราะนายกอาร์เมเนียกำลังเผชิญกับกระแสการประท้วงครั้งใหญ่จากประชาชนที่เรียกร้องให้ รัฐบาลอาร์เมเนียยกเลิกการตัดสินใจของทางรัฐบาล ที่จะทำการคืนหมู่บ้านชายแดน 4 แห่งให้กับอาเซอร์ไบจาน โดยข้อตกลงนี้นับเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับศัตรูอย่างอาร์เซอร์ไบจานที่มีมาอย่างยาวนาน
ได้มีการปะทะกันอย่างรุนแรงได้ปะทุขึ้นเมื่อวันที่ 11 มิถุนายนที่ผ่านมา เมื่อผู้ประท้วงหลายพันคนรวมตัวกันนอกอาคารรัฐสภาพยายามฝ่าวงล้อมของตำรวจ ทั้งผู้ประท้วงขว้างขวดและก้อนหินใส่ตำรวจ ซึ่งใช้ระเบิดช็อตเพื่อป้องกันฝูงชน มีผู้ได้รับบาดเจ็บประมาณ 100 คน รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ 17 นาย และผู้ประท้วง 98 คนถูกตำรวจควบคุมตัว มีนักข่าวอย่างน้อย 10 คนในหมู่ผู้ได้รับบาดเจ็บ และสหภาพนักข่าวของอาร์เมเนียได้ออกแถลงการณ์ประณามว่าการตอบสนองของตำรวจที่ไม่เหมาะสม
อย่างไรก็ตามทางรัฐบาลมอสโกยังไม่มีความเห็นออกมา จากจุดยืนของรัฐบาลอาร์เมเนีย
โดยความสัมพันธ์ของอาร์เมเนียกับรัสเซียนั้นต่างเป็นผู้สนับสนุนและพันธมิตรให้กันและกันมาอย่างยาวนาน โดยความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศได้เริ่มตึงเครียดมากขึ้นเมื่อเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่อาเซอร์ไบจานได้เริ่มปฏิบัติการทางทหารแบบสายฟ้าแลบ เพื่อยึดครองภูมิภาคคาราบาคห์ซึ่งเป็นพื้นที่เขตแดนที่มีขัดแย้งกันอยู่ระหว่างอาร์เมเนียกับอาร์เซอร์ไบจานมาเป็นเวลานาน โดยปฎิการครั้งนี้ของอาร์เซอร์ไบจาน ได้ทำการยุติการปกครองคาราบาคห์ของกลุ่มแบ่งแยกดินแดนอาร์เมเนียที่ปกครองที่มานั่นเป็นเวลาร่วมสามทศวรรษ
ทั้งนี้ทางการอาร์เมเนียได้ทำการกล่าวหาเจ้าหน้าที่รักษาสันติภาพของรัสเซียที่ถูกส่งไปประจำการที่นากอร์โน-คาราบาคห์ หลังจากการสู้รบรอบที่แล้วในปี 2020 ได้ล้มเหลวในการหยุดยั้งโจมตีของอาเซอร์ไบจาน โดยกองทัพรัสเซียซึ่งมีฐานทัพทหารอยู่ในอาร์เมเนีย ได้ปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าวโดยให้เหตุผลว่ากองทหารของตนไม่มีอำนาจเข้าแทรกแซงในความขัดแย้ง
โดยบทบาทของรัสเซียในภูมิภาคนั้นคือการสร้างสมดุลจากความสัมพันธ์ที่ละเอียดอ่อน โดยสถานการณ์ของรัสเซียค่อนข้างซับซ้อน ในขณะที่รัสเซียต้องพยายามรักษาความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับอาร์เมเนีย ขณะเดียวกันก็ต้องรักษาความสัมพันธ์อันดีกับอาเซอร์ไบจานและตุรกี ซึ่งเป็นพันธมิตรหลัก และ ทั้งสองประเทศเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจสำคัญของรัสเซียท่ามกลางสถานการณ์ที่เผชิญหน้ามาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตก
ก่อนหน้านี้รัฐบาลเครมลินรู้สึกโกรธเคืองกับความพยายามของปาชินยันในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างอาร์เมเนียกับชาติตะวันตกให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น โดยอาร์เมเนียพยายามจะปลีกตัวจากกลุ่มพันธมิตรที่อยู่ภายใต้การครอบงำของรัสเซีย มีรายงานว่ารัสเซียรู้สึกไม่พอใจมากกับการตัดสินใจของอาร์เมเนียในการเข้าร่วมศาลอาญาระหว่างประเทศ ด้วยที่ว่าไอซีซีได้ฟ้องประธานาธิบดีปูตินของรัสเซียในข้อหาก่ออาชญากรรมสงครามจากปฎิบัตการทางการทหารของรัสเซียในยูเครน
อย่างไรก็ตามมีการคาดการณ์ว่า รัสเซียพยายามที่จะมองข้ามความขัดแย้งภายในซีเอสทีโอ หันมุ่งเน้นความสนใจไปที่สงครามในยูเครนที่กำลังยืดเยื้อและได้เข้าสู่ปีที่สาม
สำหรับ ซีเอสทีโอนั้นเป็นกลุ่มความร่วมมือที่ประกอบด้วยรัสเซียและอดีตชาติสมาชิกของสหภาพโซเวียต ในเอเชียกลางอย่างคาซัคสถาน คีร์กีซสถาน และทาจิกิสถาน ทั้งนี้รัสเซียนั้นมีความสัมพันธ์พันธมิตรเชิงครอบงำบรรดารัฐสมาชิกของสหภาพโซเวียตอยู่หลายชาติ

