โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ฝ่ายขวากวาดชัยเลือกตั้ง พรรครัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ สะท้อนเสียงโกรธปชช.

17.06.24 | 06:45 น.
AP

โฟกัสโลกรอบสัปดาห์: ฝ่ายขวากวาดชัยเลือกตั้ง พรรครัฐบาลเพลี่ยงพล้ำ สะท้อนเสียงโกรธปชช.

ดังที่รู้กันว่าปี 2024 นี้เปรียบเสมือนปีแห่งการเลือกตั้ง สายตาของประชาชนคนทั่วไปต่างจับจ้องไปที่ความเคลื่อนไหวทางการเมืองในแต่ละประเทศว่าผู้สมัครคนใดจะคว้าเก้าอี้ผู้นำประเทศไปครอง แต่เมื่อดูจากผลการเลือกตั้งและกระแสการเมืองในประเทศต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา คงพอจะมองออกว่ากระแสการเมืองในปัจจุบันนี้ได้เปลี่ยนไปจากเดิม และพรรคการเมืองฝ่ายขวามีโอกาสคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งมากขึ้น ขณะที่พรรครัฐบาลของหลายประเทศต้องเจอกับความพ่ายแพ้ ท่ามกลางความไม่พอใจของประชาชนต่อปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นปัญหาเศรษฐกิจ ค่าครองชีพที่พุ่งสูง และปัญหาผู้อพยพที่หลั่งไหลเข้ามาอาศัยอยู่ในประเทศมากเกินไป

โพลสำรวจความคิดเห็นของ Pew Research Center ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ที่สอบถามประชาชนในประเทศประชาธิปไตยจำนวน 24 ประเทศชี้ว่า 74% ของผู้ทำแบบสอบถามไม่เชื่อว่านักการเมืองสนใจว่าประชาชนจะมีความคิดเห็นอย่างไร ขณะที่อีก 42% เชื่อว่าพรรคการเมืองไม่ได้เป็นตัวแทนที่จะสะท้อนเสียงของประชาชนอย่างแท้จริง ผู้เชี่ยวชาญยังมองว่าเทรนด์ที่กำลังมาแรงในการเลือกตั้งทั่วโลกในช่วงนี้คือกระแสความนิยมผู้นำที่มีแนวคิดต่อต้านความคิดทางเศรษฐกิจและการเมืองแบบเดิม (Anti-establishment) นายสตีเว่น เลวิตสกี ศาสตราจารย์ด้านรัฐศาสตร์ของมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด ประเทศสหรัฐ ให้ความเห็นว่า นักการเมืองที่มีภาพลักษณ์เหมือนเป็น “คนนอกผู้ต่อต้านผู้มีอำนาจ” และ “นักการเมืองสายประชานิยม” กำลังชนะการเลือกตั้งในสนามต่างๆ มากขึ้นกว่าในอดีต

ตัวอย่างที่เห็นชัดเจนที่สุดคือการเลือกตั้ง ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อช่วงปลายปี 2023 ที่ นายฮาเวียร์ มิลเล นักเศรษฐศาสตร์สายเสรีนิยมฝ่ายขวาได้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีไปอย่างน่าทึ่ง เพราะชาวอาร์เจนไตน์เลือกเขาขึ้นเป็นผู้นำคนใหม่จากการที่มิลเลกล้าที่จะสู้กับผู้กุมอำนาจทางการเมือง และเขาได้ให้คำมั่นว่าเขากล้าที่จะเปลี่ยนแปลงการเมืองและเศรษฐกิจของประเทศที่กำลังเผชิญกับภาวะเงินเฟ้อที่พุ่งสูงและประชาชนชาวอาร์เจนไตน์กว่าครึ่งกำลังอาศัยอยู่กับความยากจน อีกหนึ่งปัจจัยที่พาให้มิลเลชนะ นายแซร์จิโอ มาสซ่า รัฐมนตรีเศรษฐกิจที่เป็นคู่แข่งของเขาคือการที่เขาได้รับเสียงสนับสนุนจากประชาชนที่มีแนวคิดอนุรักษ์นิยมแบบเดียวกับเขา

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชี้ให้เห็นกระแสความไม่พอใจของประชาชนที่มีต่อรัฐบาลคือการเลือกตั้งรัฐสภา เกาหลีใต้ ที่พรรคประชาธิปไตย (ดีพีเค) ที่เป็นพรรคฝ่ายค้านได้คว้าชัยชนะอย่างถล่มทลายเหนือพรรคพลังประชาชน (พีพีพี) ของ ประธานาธิบดียุน ซอกยอล ที่มีคะแนนความนิยมต่ำเป็นเวลาหลายเดือน ท่ามกลางวิกฤติค่าครองชีพและเรื่องอื้อฉาวทางการเมือง อาทิ การที่ คิม กอนฮี ภริยาของประธานาธิบดียุนถูกกล่าวหาว่ารับกระเป๋าดิออร์ที่มีคนมอบให้และการที่แพทย์ฝึกหัดมากกว่า 90% ของประเทศได้นัดหยุดงานประท้วงแผนของรัฐบาลที่จะเพิ่มโควต้าการรับนักศึกษาแพทย์เพิ่มขึ้น ที่รัฐบาลให้เหตุผลว่าจะช่วยให้มีจำนวนแพทย์เพิ่มขึ้นเพื่อรองรับการเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ แต่บรรดาแพทย์มองว่าเป็นการแก้ปัญหาไม่ตรงจุดและจะกระทบต่อคุณภาพการศึกษาทางการแพทย์และการบริการ

Advertisement

ตัดภาพมาที่การเมืองใน อินเดีย ผลสำรวจของ Pew Research Center พบว่าอินเดียเป็นประเทศที่ประชาชนสนับสนุนรัฐบาลที่ปกครองด้วยความเป็นเผด็จการมากขึ้น โดย 2 ใน 3 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีจุดยืนสนับสนุนระบบของรัฐบาลที่มีผู้นำเข้มแข็ง แต่ถึงแม้ว่า นายนเรนทรา โมดี จะชนะการเลือกตั้งทั่วไปของอินเดียจนได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอินเดียต่อเป็นสมัยที่ 3 แต่พรรคภาราติยะชนตะ (บีเจพี) ที่เป็นฝ่ายอนุรักษ์นิยมและมีแนวคิดชาตินิยมฮินดูกลับมีผลการเลือกตั้งไม่เป็นไปตามที่คาดไว้ และสูญเสียเสียงข้างมากแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาดเป็นครั้งแรกตั้งแต่โมดีขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีครั้งแรกในปี 2014 ทำให้พรรคบีเจพีของเขาต้องพึ่งพรรคแนวร่วมอื่นๆ เพื่อให้ได้เสียงข้างมากในสภา หนึ่งในปัจจัยที่กระทบผลการเลือกตั้งของโมดีมาจากปัญหาอัตราการว่างงานที่สูงในหมู่คนวัยหนุ่มสาว และความไม่เท่าเทียมกันทางสังคมที่เพิ่มขึ้น แม้เศรษฐกิจของอินเดียจะเติบโตขึ้นอย่างมากภายใต้การนำของโมดี ซึ่งหากพิจารณาดูแล้ว ปัญหาเหล่านี้ก็เป็นปัญหาเดียวกับประเทศอื่นๆ ที่ทำให้พรรครัฐบาลมีผลการเลือกตั้งไม่เป็นอย่างที่คาดหวัง

อีกหนึ่งสนามเลือกตั้งที่สะท้อนถึงการกลับมาของผู้สนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายขวาคือการเลือกตั้งรัฐสภา ยุโรป ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่พรรคฝ่ายขวาจัดได้กวาดชัยชนะในหลายประเทศ อาทิ อิตาลี ออสเตรีย เยอรมนี และฝรั่งเศส ที่ส่งเสียงสะท้อนหนักจนทำให้ ประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครง ของฝรั่งเศสประกาศยุบสภาทันที การที่ชาวยุโรปหันมาสนับสนุนพรรคการเมืองฝ่ายขวามากขึ้นเป็นผลมาจากกระแสความไม่พอใจต่อวิกฤตผู้อพยพเข้าเมืองในยุโรปที่ทำให้ชาวเมืองที่อาศัยอยู่เดิมรู้สึกว่า สภาพแวดล้อมที่พวกเขาอาศัยอยู่เปลี่ยนไปจากเดิมและความปลอดภัยของพวกเขาลดลง รวมถึงปัญหาอื่นๆ ที่กระทบประชาชนที่อาศัยอยู่นอกเมืองที่อาจมีระดับการศึกษาไม่ได้สูงมากนัก และปัญหาอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของยุโรปที่ชะลอตัวนับตั้งแต่วิกฤษเศรษฐกิจโลกในปี 2008

สุดท้ายแล้ว สนามการเลือกตั้งที่มีคนจับตามองมากที่สุดในปีนี้ย่อมหนีไม่พ้นการเลือกตั้งประธานาธิบดี สหรัฐในช่วงต้นเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างประธานาธิบดี โจ ไบเดน และ นายโดนัลด์ ทรัมป์ อดีตประธานาธิบดีสหรัฐ ที่ถึงแม้ว่าไบเดนจะมีคะแนนความนิยมที่ต่ำ แต่โพลสำรวจความคิดเห็นของสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นเผยว่ากว่าครึ่งของผู้ตอบแบบสอบถามไม่พอใจกับตัวเลือกของผู้นำคนใหม่ที่เป็นการรีแมตช์กันระหว่างไบเดนและทรัมป์

ปีแห่งการเลือกตั้งโลกได้สะท้อนความรู้สึกของประชาชนที่คล้ายคลึงกันในหลายประเทศ ท่ามกลางการจับตาการเลือกตั้งที่สำคัญที่สุดกับตำแห่งประธานาธิบดีสหรัฐในปลายปีนี้ ที่ไม่เกินจริงหากจะบอกว่า เป็นการชี้ชะตาแนวโน้มของโลกในอีก 4 ปีข้างหน้าว่าผลเลือกจะออกมาอย่างไร