หน้าแรก ต่างประเทศ ‘มาริษ‘ โชว์ว...

‘มาริษ‘ โชว์วิชั่นการทูต 3 มิติ ส่งเสริมเชื่อมั่น-ดันไทยมีบทบาท-สัมพันธ์เพื่อนบ้านเข้มแข็ง

14.06.24 | 23:54 น.

‘มาริษ‘ โชว์วิชั่นการทูต 3 มิติ ส่งเสริมเชื่อมั่น-ดันไทยมีบทบาท-สัมพันธ์เพื่อนบ้านเข้มแข็ง

เมื่อวันที่ 14 มิถุนายน กระทรวงการต่างประเทศได้จัดงาน “Meet the Press#1” ณ วิเทศสโมสร กระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้สื่อมวลชนได้พบปะกับนายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ภายในงานมีผู้สื่อข่าวหลายสำนักทั้งภายในประเทศและผู้สื่อข่าวจากสำนักข่าวต่างชาติเข้าร่วมงานเป็นจำนวนมาก

นายมาริษได้แถลงนโยบายการต่างประเทศในวาระของตนภายใต้หัวข้อ “Ignite Thailand, Re-ignite Thai Diplomacy ขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ด้วยการทูตมืออาชีพ” ว่า กระทรวงการต่างประเทศมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการทูตไทยใน 3 มิติ

ในมิติแรก นโยบายการต่างประเทศต้องสามารถฟื้นฟูภาพลักษณ์ของไทยเพื่อส่งเสริมความเชื่อมั่นของต่างชาติ สืบเนื่องจากปัญหาความมั่นคงทางการเมืองภายในประเทศที่สั่นคลอน ทำให้ไทยได้เสียโอกาสในการขับเคลื่อนการต่างประเทศเพื่อผลประโยชน์แห่งชาติ ทั้งยังสูญเสียบทบาทนำในเวทีระหว่างประเทศ ตนเห็นความสำคัญของการฟื้นฟูสถานะของประเทศและความเชื่อมั่นของต่างชาติต่อเศรษฐกิจไทย จึงตั้งใจที่จะใช้เครื่องมือทางการทูตเพื่อเปิดตลาด และเน้นย้ำว่าไทยพร้อมที่จะให้ความร่วมมือกับนานาประเทศเพื่อส่งเสริมการค้าและการลงทุน

Advertisement

นายมาริษกล่าวว่า นโยบายการต่างประเทศจำเป็นต้องมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง การทูตไทยต้องจับต้องได้และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน โดยกระทรวงการต่างประเทศจะร่วมมือกับหน่วยงานรัฐอื่นๆ และทีมไทยแลนด์เพื่อให้นโยบายการต่างประเทศมีผลสัมฤทธิ์สูงสุด สำหรับหน่วยงานของกระทรวงในต่างประเทศอย่างสถานทูตและกงสุลใหญ่นั้น จะแสวงหาโอกาสเพื่อให้ไทยได้ก้าวไปข้างหน้า และแสดงศักยภาพของประเทศ

นายมาริษเห็นว่า ภูมิศาสตร์ของไทยที่มีลักษณะเฉพาะซึ่งทำให้ไทยสามารถมีบทบาทนำในการส่งเสริมเสถียรภาพในภูมิภาคได้ ไทยสามารถเป็นศูนย์กลางของการขนส่ง รวมถึงมีระบบสาธารณสุขที่มีประสิทธิภาพ จะช่วยผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของโลก เช่นในเรื่องการท่องเที่ยว อาหารและเศรษฐกิจดิจิทัล เป็นต้น ไทยจะใช้กลไกนี้เพื่อขับเคลื่อนการทูตเศรษฐกิจเชิงรุกเพื่อเปิดตลาดใหม่ ซึ่งมีความสำคัญเพราะผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ของไทยทั้งหมดเป็นสินค้าส่งออกถึง 70% และมีแนวคิดว่าตลาดที่กำลังเติบโตอย่างตลาดในทวีปแอฟริกา เอเชียกลางและอเมริกาใต้เป็นตลาดที่มีศักยภาพต่อการส่งออกของประเทศ

ในมิติที่สอง นโยบายการต่างประเทศต้องทำให้ไทยกลับมามีบทบาทสำคัญในภูมิภาคและเวทีโลกอีกครั้ง นายมาริษระบุว่าอาเซียนยังเป็นเสาหลักของนโยบายการต่างประเทศไทยเนื่องจากเป็นตลาดส่งออกที่ใหญ่ที่สุด และไทยมีข้อได้เปรียบเหตุเพราะไม่ได้เป็นประเทศที่อ้างสิทธิ์ในทะเลจีนใต้ มีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งกับจีนและสหรัฐ อีกทั้งยังเป็นผู้ร่วมก่อตั้งเอเซียนอีกด้วย

นายมาริษกล่าวว่า ไทยจะสนับสนุนกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศในพื้นที่แม่โขง และให้ความสำคัญกับความร่วมมืออื่นๆ เช่นความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาค (RCEP) BRICS และ OCED การนี้เพื่อรับมือกับความท้าทายรูปแบบใหม่อย่างการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ ปัญญาประดิษฐ์ และโรคภัยต่างๆ อีกทั้งไทยพร้อมที่จะยกระดับเกียรติภูมิของประเทศด้วยการสมัครเป็นสมาชิกคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UNHRC) อีกด้วย

ในมิติสุดท้ายคือเรื่องเสริมสร้างความเข้มแข็งของความสัมพันธ์ระหว่างไทยและประเทศเพื่อนบ้าน นโยบายการต่างประเทศของไทยจะต้องช่วยเสริมเสร้างความมั่นคงแนวชายแดน ส่งเสริมการค้า ผลักดันการท่องเที่ยวและแก้ไขปัญหามลพิษพีเอ็ม 2.5 โดยนายมาริษได้เดินทางไปประเทศลาว และมีกำหนดการเดินทางไปเพื่อนบ้านอย่างมาเลเซียและกัมพูชาอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

สำหรับประเด็นสถานการณ์ความไม่สงบในเมียนมานั้น นายมาริษกล่าวว่าไทยพร้อมที่จะให้ความช่วยเหลือทางมนุษยธรรมกับเมียนมา สนับสนุนการเจรจา และจะดำเนินนโยบายเพื่อรับมือกับสถานการณ์ชายแดนระหว่างไทยและเมียนมาด้วย