หน้าแรก ต่างประเทศ บทวิเคราะห์ชี...

บทวิเคราะห์ชี้ ปัญหาเศรษฐกิจ-วีซ่า ทำนทท.จีนเที่ยวต่างแดนลดลง สวนทางเที่ยวในประเทศพุ่ง

17.06.24 | 13:28 น.
FILE PHOTO REUTERS

บทวิเคราะห์ชี้ ปัญหาเศรษฐกิจ-วีซ่า ทำนทท.จีนเที่ยวต่างแดนลดลง สวนทางเที่ยวในประเทศพุ่ง

บทวิเคราะห์ของรอยเตอร์ชี้ว่า การที่นักท่องเที่ยวชาวจีนชะลอเดินทางออกนอกประเทศอีกครั้งหลังการแพร่ระบาดของโควิด-19 มีสาเหตุจากปัญหาเศรษฐกิจในประเทศและอุปสรรคในการขอวีซ่า ทำให้ชาวจีนเปลี่ยนมาท่องเที่ยวในประเทศหรือเดินทางไปยังประเทศใกล้เคียงมากขึ้น

ถึงแม้ว่าจีนจะยุตินโยบายควบคุมโควิดเป็นศูนย์และกลับมาเปิดพรมแดนประเทศอีกครั้งมาระยะหนึ่งแล้ว แต่จำนวนชาวจีนที่เดินทางออกไปท่องเที่ยวในต่างประเทศยังคงต่ำกว่าที่คาดการณ์ และชาวจีนยังหันมานิยมการเดินทางท่องเที่ยวในประเทศมากขึ้น สาเหตุมาจากวิกฤตอสังหาริมทรัพย์ที่ลากยาว อัตราการว่างงานที่พุ่งสูง และเศรษฐกิจจีนที่มีภาพรวมไม่ดีนักทำให้ชาวจีนประหยัดค่าใช้จ่ายมากขึ้น ตั้งแต่เรื่องการท่องเที่ยวไปจนถึงเสื้อผ้า และอาหารการกิน

นอกจากนั้นแล้วยังมีปัจจัยอื่นๆ ที่ทำให้นักท่องเที่ยวชาวจีนเดินทางออกนอกประเทศน้อยลง อาทิ ค่าเงินหยวนของจีนอ่อนค่าลงกว่า 2% เมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐนับตั้งแต่ช่วงต้นปีนี้ ทำให้ค่าใช้จ่ายต่างๆ ในการเดินทางไปต่างประเทศเพิ่มสูงขึ้น บวกกับการยื่นขอทำวีซ่าไปยังหลายประเทศในยุโรปที่ใช้เวลานาน

ข้อมูลด้านการเดินทางของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ระบุว่ามีชาวจีนเดินทางไปต่างประเทศรวมทั้งสิ้น 87 ล้านครั้งในปีที่แล้ว ลดลงจากปี 2019 ก่อนหน้าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ถึง 40% และจำนวนการเดินทางได้ชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงเทศกาลตรุษจีนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา นักเดินทางชาวจีนยังมีการจับจ่ายลดลง 24% ในปี 2023 เมื่อเทียบกับปี 2019 อีกด้วย

Advertisement

นายหลิว ซีมิน รองประธานของแผนกด้านการท่องเที่ยวของสถาบันวิจัย China Society for Futures Studies คาดการณ์ว่า การเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของชาวจีนอาจยังไม่กลับมาฟื้นตัวเทียบเท่าช่วงก่อนการแพร่ระบาดโควิด-19 ไปอีก 5 ปีนับจากนี้ จากการอ่อนค่าของสกุลเงินหยวนและปัญหาเงินเฟ้อในสหรัฐและทวีปยุโรป ขณะที่ Oliver Wyman บริษัทให้คำปรึกษาสัญชาติสหรัฐคาดว่าการเดินทางของชาวจีนในต่างประเทศจะกลับมาฟื้นตัวอีกครั้งในช่วงปลายปี 2025

อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วนักท่องเที่ยวจีนกลับมารั้งตำแหน่งนักเดินทางที่จ่ายเงินมากที่สุดในบรรดานักท่องเที่ยวต่างชาติทั้งหมดในปี 2023 หลังถูกแซงหน้าโดยนักท่องเที่ยวสหรัฐในปี 2022 ตามข้อมูลของยูเอ็น ขณะที่เที่ยวบินในสนามบินจีนช่วงฤดูร้อนปีนี้ 8% เป็นเที่ยวบินระหว่างประเทศ มากขึ้นกว่าปี 2022 ที่เที่ยวบินระหว่างประเทศคิดเป็นสัดส่วนเพียง 1% เท่านั้น แต่การฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศของชาวจีนยังคงน้อยกว่าการเดินทางภายในประเทศ ที่ทำสถิติมากถึง 295 ล้านครั้งในช่วงวันหยุดยาว 5 วันในเนื่องในเทศกาลวันแรงงานเมื่อเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา ที่เพิ่มขึ้นจากปี 2019 กว่า 20% และการจองเที่ยวบินภายในประเทศของจีนเพิ่มขึ้น 16% ในเดือนเดียวกันเมื่อเทียบกับในปี 2019 สวนทางกับเที่ยวบินระหว่างประเทศที่มีการจองที่นั่งลดลง 30%

Oliver Wyman บอกอีกว่า 40 % ของชาวจีนที่เดินทางไปต่างประเทศเป็นครั้งแรกในปี 2023 นับตั้งแต่มีการกลับมาเปิดพรมแดนอีกครั้ง จะไม่เดินทางไปต่างประเทศอีกครั้งในปีนี้ หลักๆ มาจากความไม่สะดวกและการยื่นขอวีซ่าที่ใช้เวลานานเกินไป

การเดินทางที่ลดลงของนักท่องเที่ยวชาวจีนถือเป็นข่าวร้ายสำหรับหลายประเทศ อาทิ ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย และสหรัฐที่เคยเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางยอดนิยมของชาวจีน แต่ในทางกลับกัน หลายประเทศที่มีนโยบายวีซ่าฟรีได้เรียกนักท่องเที่ยวจีนให้เดินทางเข้าประเทศมากขึ้น อาทิ สิงคโปร์ มาเลเซีย ไทย สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และซาอุดีอาระเบีย

นายแกรี โบเวอร์แมน ผู้อำนวยการของ Check-In Asia ซึ่งเป็นบริษัทวิเคราะห์ทิศทางด้านการท่องเที่ยวกล่าวในการประชุมออนไลน์ในเดือนพฤษภาคมว่า เราไม่ได้กำลังเห็นตลาดกลับมาฟื้นตัว แต่เรากำลังเห็นความเปลี่ยนแปลงของตลาดการท่องเที่ยวของจีน