BRICS กับเป้าหมายการตปท.ไทย
หมายเหตุ “มติชน” นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ให้สัมภาษณ์หลังเข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างสมาชิกกลุ่มบริกส์ (BRICS) กับประเทศกำลังพัฒนา ที่ประเทศรัสเซีย ถึงเหตุผลที่ไทยต้องการเข้าเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์และเป้าหมายด้านการต่างประเทศของรัฐบาลเศรษฐา

บริกส์เป็นประเทศตลาดใหม่ซึ่งมีศักยภาพด้านเศรษฐกิจสูง ที่เรามองว่าเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูงในการผลักดันให้ประเทศกำลังพัฒนาทั้งหลายมีบทบาทมากขึ้นในการกำหนดทิศทางของโลก เป้าหมายของไทยคือเรามองว่าถ้าเราจะสามารถเป็นสมาชิกและร่วมทำงานกับประเทศเหล่านี้ บทบาทของประเทศไทยจะชัดเจนมากขึ้นและจะสามารถปกป้องผลประโยชน์ของไทยทั้งในฐานะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่ด้วยเช่นกัน
เราจึงสามารถใช้บทบาทนำนี้สร้างความร่วมมือในกลุ่มใต้-ใต้ หรือที่มักจะเรียกกันในทุกวันนี้ว่า Global south หรือ โลกใต้ เพราะเป็นนโนบายสำคัญของรัฐบาลที่จะมีบทบาทนำและเป็นผู้เล่นหลักในกลุ่มต่างๆ และในการแก้ไขปัญหาของโลกในทุกๆ ด้าน เพราะฉะนั้นประเทศไทยโดยรัฐบาลภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี เศรษฐา ทวีสิน จึงให้ความสำคัญกับการเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มบริกส์มาก
นโยบายความร่วมมือใต้-ใต้เป็นนโยบายที่รัฐบาลให้ความสำคัญมานานแล้ว เรามีปฏิสัมพันธ์กับทุกกลุ่มเพื่อสนับสนุนให้ประชาคมที่เป็นประเทศกำลังพัฒนามีสิทธิมีเสียงที่จะกำหนดทิศทางของโลก เพราะฉะนั้นนโยบายต่างๆ เหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญทำให้เราตัดสินใจเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มบริกส์ และมีอีก 3-4 ประเทศที่กำลังจะเข้าเป็นสมาชิก ซึ่งจะทำให้ประชากรของบริกส์มีมากกว่า 40% ของประชาคมโลก และมีจีดีพีสูงกว่า 1 ใน 4 ของจีดีพีโลก ตรงนี้เป็นความสำคัญกับการที่เราอยากมีบทบาทในเวทีโลกและการปกป้องผลประโยชน์ของเราในฐานะประเทศกำลังพัฒนาและประเทศตลาดเกิดใหม่ การเข้าร่วมกลุ่มกับประเทศทั้งหลายเป็นสิ่งสำคัญ เพราะมันจะทำให้เรามีความสามารถและเพิ่มพลังให้กับประเทศไทยในการกำหนดทิศทางของประชาคมโลกได้ด้วย
๐สิ่งที่ไทยได้จากการเข้าประชุมครั้งนี้คืออะไร
ที่สำคัญที่สุดคือเราได้ประกาศตัวเองและแสดงเจตจำนงที่จะเข้าเป็นสมาชิกของกลุ่มประเทศบริกส์ ที่จริงเรามีความคุ้นเคยและมีปฏิสัมพันธ์กับบริกส์มาตั้งแต่ 2560 ที่จีนซึ่งเป็นประธานบริกส์ในขณะนั้นเริ่มจะสร้างให้บริกส์มีความสัมพันธ์กับประเทศนอกกลุ่มที่เรียกว่าบริกส์พลัส เราได้ชี้แจ้งให้กับสมาชิกบริกส์เข้าใจชัดเจนว่า เราไม่ได้มองการเข้าเป็นสมาชิกบริกส์ว่าเป็นการเลือกข้าง หรือมองว่าบริกส์เป็นบล็อกที่จะไปคานอำนาจใคร แต่เรามองว่านโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยคือต้องการเข้าไปช่วยเพิ่มพลังให้กับประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเกิดใหม่ในการกำหนดทิศทางของโลก ไม่ใช่ปล่อยให้ประเทศพัฒนาแล้วเป็นผู้กำหนดเพียงอย่างเดียว
การที่ไทยเข้าไปร่วมแล้วเรามีศักยภาพ เราเป็นมิตรกับทุกประเทศ และไม่เป็นศัตรูของใครจะช่วยทำให้ประเทศสมาชิกบริกส์มีพลังมากขึ้นในการเจรจาต่อรอง เพื่อให้ประชาคมโลกได้เห็นความสำคัญของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศเกิดใหม่
๐เหมือนกับที่บอกในถ้อยแถลงต่อที่ประชุมว่าประเทศไทยเสนอตัวเป็นสะพานเชื่อมบริกส์กับภูมิภาคต่างๆ
ถูกต้อง อย่างที่ผมเรียนว่าประเทศไทยมีลักษณะพิเศษ เราไม่เป็นศัตรูกับใคร เราเป็นมิตรกับทุกประเทศ เราก็จะเป็นสะพานเชื่อม (bridge builder) เราเชื่อมกับประเทศกำลังพัฒนด้วย กับประเทศสมาชิกบริกส์ ซึ่งเป็นประเทศกำลังพัฒนาและตลาดเกิดใหม่ และเรายังสามารถเชื่อมบริกส์เข้ากับกลุ่มอื่นๆ ด้วย
ผมเพิ่งประชุมไปร่วมประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจอินโด-แปซิฟิก (ไอเพฟ) และได้หารือกับนางจีนา ไรมอนโด รัฐมนตรีพาณิชย์สหรัฐ ซึ่งก็พูดกับผมชัดเจนว่าเขาเชื่อมั่นในความสามารถของท่านนายกฯเศรษฐา และเชื่อมั่นในศักยภาพของประเทศไทย เขาพยายามจะผลักดันให้นักลงทุนสหรัฐลงทุนในไทยมากขึ้น แต่สิ่งที่นักลงทุนสหรัฐและนักลงทุนตะวันตกกังวลก็มีสองสามเรื่อง เช่น ต้องไม่มีการคอรัปชั่น เรื่องความโปร่งใส และหลักนิติธรรม ซึ่งผมได้ยืนยันไปว่าตรงนี้เป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลไทยอยู่แล้ว เราถึงได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (โออีซีดี) จะเห็นได้ว่าความตั้งใจของประเทศไทยที่เข้าเป็นสมาชิกกลุ่มบริกส์และสมาชิกของโออีซีดี แสดงให้เห็นชัดว่าเราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะไปเลือกข้าง แต่เราต้องการทำให้ประเทศไทยมีบทบาทมากขึ้น และต้องการเสริมสร้างศักยภาพของประเทศไทยเพื่อให้สามารถมีบทบาทร่วมกับประเทศกำลังพัฒนาและประเทศพัฒนาแล้วในการชี้นำหรือวางแนวทางการพัฒนาของประชาคมโลกต่อไป เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเสมอภาคไม่ว่าจะกับประเทศพัฒนาแล้วหรือประเทศกำลังพัฒนา และนั่นคือนโยบายสำคัญของรัฐบาลของท่านนายกฯเศรษฐา
๐หลังไทยแสดงความจำนงที่จะเข้าเป็นสมาชิกบริกส์และโออีซีดี ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้าง
ผลตอบรับดีมาก ทุกประเทศที่ผมได้พบทั้งในช่วงกล่าวถ้อยแถลงรวมทั้งการพบแบบทวิภาคีกับประเทศสมาชิกบริกส์ยืนยันการให้การสนับสนุนกับประเทศไทยเป็นลำดับต้นๆ โดยเฉพาะประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย ไม่ว่าจีน รัสเซีย ซาอุดีอาระเบีย และอินเดีย อย่างไรก็ตามขณะนี้ขั้นตอนการรับสมาชิกใหม่ของบริกส์ยังไม่ชัดเจน ซึ่งเป็นเรื่องที่บริกส์ต้องไปพิจารณาเพื่อกำหนดขั้นตอนให้ชัดเจน ผมทราบว่ามีอีกหลายประเทศที่สนใจจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกบริกส์ แต่ทุกประเทศพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าไทยเป็นประเทศที่มีศักยภาพ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ ศักยภาพที่เป็นมิตรประเทศกับทุกประเทศ ทำให้เราค่อนข้างอยู่ในสถานะที่ดีมากกว่าประเทศอื่นๆ อีกหลายประเทศ
หลังจากพบหารือกับประเทศสมาชิกบริกส์แบบทวิภาคีแล้ว เรียนได้ว่าประเทศไทยเนื้อหอม มีหลายประเทศที่ขอมาพบทั้งที่ไม่ใช่ประเทศกลุ่มบริกส์เช่นเบลารุส แต่เนื่องจากเวลามันกระชั้นชิด ท่านก็แสดงความสนใจที่อยากจะกระชับความสัมพันธ์กับไทยมากขึ้น ทุกประเทศที่มีโอกาสหารือทวิภาคี อย่างจีนก็พูดดีมาก เขามองไทยที่เป็นมิตรประเทศ อยากจะให้มีการกระชับความสัมพันธ์มากขึ้นในทุกๆ มิติ โดยเฉพาะประชาชนต่อประชาชน ซาอุดีอาระเบีย เจ้าชายฟัยศ็อล บิน ฟัรฮาน อัลซะอูด รัฐมนตรีต่างประเทศก็คุยกันอย่างดี มุ่งเน้นกระชับและส่งเสริมความสัมพันธ์ให้มากขึ้นในทุกมิติเช่นกัน ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ท่านรัฐมนตรีก็พูดไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้ได้เห็นภาพว่านอกจากการเข้าไปร่วมกับประชาคมบริกส์แล้ว ในเรื่องทวิภาคีเรายังได้ประโยชน์อย่างมหาศาล
ทุกประเทศที่ได้หารือบอกกับผมว่าไทยเป็นมิตรประเทศ ไม่มีคำถามใดๆ เลย แต่เขาอยากทำงานร่วมกับไทยในกรอบพหุภาคีด้วย ซึ่งตรงนี้เป็นอะไรที่น่าสนใจเพิ่มเติมจากที่เรามีความสัมพันธ์ที่ดีในกรอบทวิภาคี จะเห็นได้ว่าความร่วมมือทวิภาคีจะผลักดันให้เรามีสิทธิมีเสียงมากยิ่งขึ้น และเมื่อเติมกับกลุ่มพหุภาคีที่เป็นเพื่อนเรา มันจะทำให้พลังตรงนี้มันชัดเจนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นที่จะผลักดันนโยบายที่เป็นผลประโยชน์ร่วมกันของประเทศไทยกับประเทศสมาชิกไปในทิศทางที่ถูกต้อง และจะทำให้ได้รับความยุติธรรม ได้รับการยอมรับจากกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมากยิ่งขึ้น

