หน้าแรก ต่างประเทศ ตาต่อตาฟันต่อ...

ตาต่อตาฟันต่อฟัน! จีนเปิดสอบอียู ทุ่มตลาดเนื้อหมู เอาคืนเจอเก็บภาษีรถอีวี

17.06.24 | 19:13 น.
ภาพรอยเตอร์

ตาต่อตาฟันต่อฟัน! จีนเปิดสอบอียู ทุ่มตลาดเนื้อหมู เอาคืนเจอเก็บภาษีรถอีวี

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน กระทรวงพาณิชย์จีนประกาศเปิดการสอบสวนการตอบโต้การทุ่มตลาดต่อการนำเข้าที่เกี่ยวข้องกับเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากสหภาพยุโรป(อียู) ซึ่งเป็นมาตรการที่ดูเหมือนจะพุ่งเป้าไปที่สเปน เนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และ เดนมาร์ก ในความเคลื่อนไหวที่ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ทางการค้าต่อกลุ่มอียู หลังจากเมื่อเร็วๆ นี้ อียูได้ประกาศเรียกเก็บภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า(อีวี)จากจีนที่มีอัตราสูงสุดถึง 38.1% เพื่อเป็นการตอบโต้มาตรการอุดหนุนภาคอุตสาหกรรมรถยนต์ของจีนที่ส่งผลกระทบต่อค่ายผลิตรถยนต์อีวีของชาติยุโรป

การสอบสวนการทุ่มตลาดดังกล่าวของจีนจะมุ่งเน้นไปที่เนื้อหมูนำเข้าสำหรับคนบริโภค เช่น เนื้อหมูสดและเนื้อหมูแช่แข็ง ตลอดจนเครื่องในหมู อาทิ ไส้หมู และ กระเพาะหมู ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า การเปิดการสอบสวนต่อต้านการทุ่มตลาดของเนื้อหมูและผลิตภัณฑ์เนื้อหมูดังกล่าวมีขึ้นหลังจากได้รับคำร้องเรียนจากสมาคมสัตวบาลของจีนที่ยื่นคำร้องเข้ามาในนามของผู้ประกอบอุตสาหกรรมเนื้อหมูในประเทศจีนเมื่อวันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งเป็นไปตามกระแสข่าวก่อนหน้านี้ที่เดอะ โกลบอลไทม์ส สื่อสิ่งพิมพ์ของทางการจีน รายงานเป็นที่แรกเมื่อเดือนก่อน อ้างแหล่งข่าววงในว่า บริษัทหลายแห่งของจีนมีแผนที่จะร้องขอให้รัฐบาลเปิดการสอบสวนการต่อต้านการทุ่มตลาดในผลิตภัณฑ์เนื้อหมูจากยุโรป

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวที่ถูกมองว่าเป็นการตอบโต้ มีขึ้นหลังจากเมื่อวันที่ 12 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะกรรมาธิการยุโรปประกาศจะเรียกเก็บภาษีสำหรับการนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนสูงสุด 38.1% เป็นการชั่วคราวเริ่มตั้งแต่วันที่ 4 กรกฎาคมนี้ หลังจากเข้าสู่กระบวนการสอบสวนต่อกรณีการให้เงินอุดหนุนของรัฐบาลจีนต่อธุรกิจประเภทดังกล่าว นั่นทำให้บริษัทผู้ผลิตอาหารทั่วโลกต่างตื่นตัวเตรียมพร้อมรับมือกับมาตรการตอบโต้ทางภาษีจากจีน ท่ามกลางความวิตกว่าจะกลายเป็นสงครามการค้า

ทั้งนี้จากข้อมูลของกรุมศุลกากรจีนระบุว่า ในปี 2566 จีนมีการนำเข้าเนื้อหมูรวมถึงเครื่องในหมู มีมูลค่า 6,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมากกว่าครึ่งหนึ่งมาจากกลุ่มอียู ขณะที่สเปนมีการส่งออกหมูคิดเป็นมูลค่า 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐจากกลุ่มอียู ซึ่งมากกว่าเกือบ 3 เท่าของเนเธอร์แลนด์และเดนมาร์ก ที่ส่งออกมากตามมาเป็นอันดับ 2 และ 3 ในกลุ่มอียู โดยมีมูลค่า 620 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และ 550 ล้านดอลลาร์สหรัฐตามลำดับ

Advertisement