ยูเอ็นเผยข้อมูลน่าตกใจ เด็กตกเป็นเหยื่อสังหารในความขัดแย้ง เพิ่มขึ้น 3 เท่า

เอเอฟพี

ยูเอ็นเผยข้อมูลน่าตกใจ เด็กตกเป็นเหยื่อสังหารในความขัดแย้ง เพิ่มขึ้น 3 เท่า

นายโวลเกอร์ เติร์ก ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชอาร์ซี) รายงานต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชน ณ นครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน ว่า สงครามความขัดแย้งที่เกิดขึ้นทั่วโลกได้เข่นฆ่าสังหารเด็กผู้บริสุทธิ์เพิ่มมากขึ้นเป็น 3 เท่า และผู้หญิงเพิ่มขึ้น 2 เท่าในช่วงปี ค.ศ.2023 ที่ผ่านมา เมื่อเทียบกับในปีก่อนหน้า ขณะที่ยอดพลเรือนที่เสียชีวิตโดยรวมจากความขัดแย้งเพิ่มขึ้นถึง 72%

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนชี้ว่า ฝักฝ่ายต่างๆ ในสงครามความขัดแย้งกำลังผลักดันให้เกินขอบเขตที่จะยอมรับได้และชอบด้วยกฎหมายมากยิ่งขึ้นไปอีก ทั้งยังดูถูกเหยียดหยามอีกฝ่ายและเหยียบย่ำสิทธิมนุษยชนอย่างมาก

“การเข่นฆ่าสังหารและทำให้บาดเจ็บต่อพลเรือนกลายเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นทุกวัน การทำลายโครงสร้างพื้นฐานสำคัญเกิดขึ้นทุกวัน เด็กถูกยิง โรงพยาบาลถูกทิ้งระเบิด การยิงปืนใหญ่ใส่ทั้งชุมชน พร้อมกับวาทกรรมที่แสดงความเกลียดชัง ทำให้เกิดการแตกแยกและการลดทอนความเป็นมนุษย์” ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนกล่าว และว่า สำนักงานของตนได้รวบรวมข้อมูลที่บ่งชี้ว่าในปีที่แล้วมีจำนวนพลเรือนที่เสียชีวิตในความขัดแย้งทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็น 72% ซึ่งน่าตกใจที่ข้อมูลบ่งชี้ว่าสัดส่วนผู้หญิงที่เสียชีวิตในเหตุความขัดแย้งในปีที่แล้วเพิ่มขึ้น 2 เท่า และเด็กเพิ่มขึ้นถึง 3 เท่า เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

Advertisement

นายเติร์กกล่าวถึงสถานการณ์ความขัดแย้งในฉนวนกาซาว่า ตกใจกับการไม่คำนึงถึงสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศและกฎหมายสิทธิมนุษยชนของฝ่ายต่างๆ ในความขัดแย้ง ตลอดจนความตายและทุกข์ทรมานอย่างไร้เหตุผล ซึ่งนับจากอิสราเอลขยายปฏิบัติการทางทหารเข้าไปในเมืองราฟาห์ ทางตอนใต้ของฉนวนกาซาเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีเด็กชาวปาเลสไตน์เกือบ 1 ล้านคน ที่ถูกบังคับให้ต้องพลัดถิ่นฐานอีกครั้ง ขณะที่การส่งความช่วยเหลือและการเข้าถึงด้านมนุษยธรรมยิ่งย่ำแย่ลงหนัก

นอกจากนี้ เขายังชี้ให้เห็นถึงความขัดแย้งในพื้นที่อื่นๆ รวมถึงในยูเครน สาธารณรัฐประชาธิปไตยคองโก ซีเรีย และในซูดานที่ติดหล่มอยู่ในสงครามกลางเมืองที่ยืดเยื้อมานานกว่า 1 ปี โดยเตือนว่าประเทศซูดานกำลังถูกทำลายต่อหน้าต่อตาของเราโดยคู่สงครามสองฝ่ายและกลุ่มพันธมิตรที่ได้ละทิ้งสิทธิของประชาชนของพวกเขาเอง

ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นกล่าวอีกว่า การทำลายอันเลวร้ายเกิดขึ้นในขณะที่เงินทุนช่วยเหลือเหยื่อความขัดแย้งกำลังร่อยหรอลง และถึงสิ้นเดือนพฤษภาคมปีนี้ ช่องว่างระหว่างความต้องการด้านเงินทุนเพื่อมนุษยธรรมกับทรัพยากรที่มีอยู่ มีต่างกันอยู่ 40,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งการร้องขอเงินทุนสนับสนุนยังได้รับโดยเฉลี่ยเพียง 16.1% เท่านั้น

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image