จีน-อียู เตรียมเปิดโต๊ะเจรจารอบใหม่ ปมภาษีนำเข้ารถอีวี
สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า สหภาพยุโรป (อียู) และจีนตกลงที่จะเจรจาเพิ่มเติมถึงแผนภาษีนำเข้าหลายชุด ซึ่งอาจทำให้ความเสี่ยงที่ราคารถยนต์ไฟฟ้าของจีนพุ่งสูงขึ้นในสหภาพยุโรปลดลงได้
ความตกลงที่จะเจรจาทางการค้าเพิ่มเติมดังกล่าวมีขึ้นหลังจากนายวาลดิส ดอมบรอฟสกี กรรมาธิการการค้าของอียู พูดคุยหารือทางโทรศัพท์กับนายหวัง เหวินเทา รัฐมนตรีกระทรวงการพาณิชย์ของจีน เมื่อวันที่ 22 มิถุนายนที่ผ่านมา เกี่ยวกับอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งโฆษกอียูเปิดเผยว่า การพูดคุยดังกล่าวเป็นไปอย่างตรงไปตรงมาและอย่างสร้างสรรค์ โดยทั้งสองฝ่ายจะมีส่วนร่วมกันต่อไปในทุกระดับ
อย่างไรก็ตาม โฆษกอียูยังได้เน้นย้ำถึงจุดยืนของอียูในการคัดค้านจีนต่อประเด็นของวิธีการที่จีนให้ทุนสนับสนุนอุตสาหกรรมอีวีในประเทศจีน โดยอียูชี้ว่าไม่ว่าผลของการเจรจาจะออกมาเป็นอย่างไรนโยบายภาษีที่เสนอจะต้องจัดการและชดเชยกับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการอุดหนุนอุตสหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าของจีน
ด้านทางการจีนออกแถลงการณ์ในวันเดียวกัน แสดงจุดยืนชัดเจนว่าไม่เห็นด้วยกับมาตรการของสหภาพยุโรป
ทั้งนี้ การพูดคุยของทั้งสองฝ่ายครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะเจรจานับตั้งแต่อียูขู่จีนด้วยอัตราภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้า (EV) สูงถึง 38% โดยอียูกล่าวหาว่ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนได้รับการอุดหนุนอย่างไม่ยุติธรรมจากรัฐบาลจีน ในทางกลับกันเพื่อเป็นการตอบโต้ จีนก็ได้กล่าวหาอียูว่าละเมิดกฎทางการค้าเสรีและทำการกีดกันทางการค้า
นอกจากนี้ นายหวังยังได้พบหารือกับนายโรเบิร์ต ฮาเบ็ค รองนายกรัฐมนตรีกระทรวงเศรษฐกิจและพลังงานของเยอรมนี ที่มาเยือนกรุงปักกิ่ง โดยกระทรวงพาณิชย์จีนเปิดเผยว่า ได้มีการแสดงจุดยืนต่อนายฮาเบ็คเกี่ยวกับการคัดค้านอย่างแข็งขันต่ออัตราภาษีศุลกากรของสหภาพยุโรป พร้อมทั้งยังขู่ซ้ำว่าจะยื่นฟ้องต่อองค์การการค้าโลก (WTO) เพื่อปกป้องสิทธิและผลประโยชน์อันชอบธรรมของจีนอย่างแข็งขัน
ขณะที่เยอรมนีเองได้ออกมาวิพากษ์วิจารณ์ประเด็นภาษีศุลกากรของอียูด้วยหลังจากที่มีการเสนอมาตรการดังกล่าวครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้วหลังจากทำการสอบสวนอุตสหกรรมรถยนต์ไฟฟ้าจีน โดยนายโวลเกอร์ วิสซิง รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคมของเยอรมนี ชี้ว่าความเคลื่อนไหวดังกล่าวเสี่ยงที่จะเกิด “สงครามการค้า” กับจีน
“การเก็บภาษีศุลกากรของคณะกรรมาธิการยุโรปส่งผลกระทบต่อบริษัทเยอรมันและผลิตภัณฑ์ชั้นนำของพวกเขา” นายวิสซิงโพสต์บน X
นอกจากนี้ บริษัทในอุตสหกรรมรถยนต์ของยุโรปก็ออกมาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายภาษีของสหภาพยุโรปเช่นเดียวกัน โดย Stellantis ซึ่งเป็นเจ้าของแบรนด์ ซีตรอง, เปอโยต์, วอกซ์ฮอลล์, เฟียต และแบรนด์อื่นๆ อีกหลายแบรนด์ออกมาแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับมาตรการของอียู
โดยอัตราภาษีรถยนต์ไฟฟ้าที่มีการเสนอเรียกเก็บมีตั้งแต่ 17.4% ไปจนถึง 38.1% ขึ้นอยู่กับแต่ละแบรนด์และผลการเจรจาของพวกเขากับกรรมการสืบสวนของสหภาพยุโรป โดยคาดการณ์ว่าข้อตกลงใหม่นี้จะอยู่เหนืออัตราภาษีนำเข้าปัจจุบันที่อยู่ที่ 10% จากรถยนต์ไฟฟ้าทั้งหมดที่ผลิตในจีนที่นำเข้ามาในตลาดอียู
การแทรกแซงของอียูยังเกิดขึ้นหลังจากที่สหรัฐได้ใช้มาตรการที่แข็งกร้าวมากขึ้นในการเพิ่มภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าของจีนจาก 25% เป็น 100% เมื่อเดือนที่แล้ว

