คอลัมน์ไฮไลต์โลก: ดูตัวอย่างชาติโปร่งใส

15.02.17 | 18:00 น.
ภาพจากอินดิเพนเดนซ์

นอร์เวย์ เป็นหนึ่งในชาติที่มีความโปร่งใสมากที่สุดเป็นอันดับต้นๆ ของโลก ดูได้จากการจัดสำรวจเรื่องความโปร่งใสหรือการทุจริตคอร์รัปชั่นที่หลายๆ สำนักสำรวจทั่วโลกจัดทำมา

หนึ่งในตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงความโปร่งใสของแดนไวกิ้งนี้ ที่ยังถือเป็นเครื่องมือสกัดกั้นการทุจริตคอร์รัปชั่นในประเทศได้อย่างดี อย่างหนึ่ง คือ การเปิดให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลด้านภาษีและเงินได้ของทุกคนในประเทศได้หมด ไม่ว่าจะเป็นของสามีภรรยา ญาติพี่น้อง เพื่อนฝูง เพื่อนบ้าน นักธุรกิจรายย่อยรายใหญ่ หรือจะเป็นระดับมหาเศรษฐี นักการเมือง ไปจนถึงผู้นำประเทศ เพียงแค่คลิกนิ้วเบาๆ ทุกคนก็สามารถเข้าไปตรวจสอบข้อมูลเหล่านี้ได้ทางเว็บไซต์ของสำนักงานภาษีนอร์เวย์

ฮันส์ คริสเตียน โฮลเทอ หัวหน้าสำนักงานภาษีนอร์เวย์ บอกว่า ความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา เป็นวัฒนธรรมหนึ่งของชาวนอร์เวย์ ที่ในทางการเมืองจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ใครจะได้รับเลือกตั้งเข้าไปโดยที่ไร้ซึ่งความโปร่งใสทางด้านรายได้และการเสียภาษี

โฮลเทอบอกอีกว่า ความโปร่งใสที่มี ยังเป็นตัวสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่มีต่อระบบการบริหารจัดการด้านภาษีของประเทศ และระบบนี้ยังมีบทบาทอย่างมากในการถกเถียงโต้แย้งกันในประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องทางด้านสังคมและเศรษฐกิจ เช่น ช่องว่างระหว่างหญิง-ชาย หรือความแตกต่างทางอาชีพที่เกิดขึ้น

ปีแอร์ เฮนรี นักข่าวเอเอฟพีผู้รวบรวมข้อมูลในเรื่องนี้มานำเสนอให้เราได้รับรู้ ระบุว่า ในแต่ละปีสำนักงานภาษีของนอร์เวย์จะเปิดเผยข้อมูลของผู้เสียภาษีทุกคนทางเว็บไซต์ของสำนักงาน ที่ใครๆ ก็เข้าไปตรวจสอบได้ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลเรื่องรายได้ มูลค่าทรัพย์สินที่ถือครองอยู่ และการเสียภาษี ซึ่งการเปิดเผยข้อมูลดังกล่าวยังเป็นแรงกระตุ้นสังคมอีกทางหนึ่งให้เห็นว่าทุกคนทำเหมือนกันหมดในการเปิดเผยเงินได้และการเสียภาษีอย่างถูกต้อง ซึ่งการปฏิบัติเช่นนี้ในประเทศนอร์เวย์มีมาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 แล้ว ที่ประชาชนสามารถเข้าไปยังศาลาว่าการเมืองหรือสำนักงานภาษีในท้องถิ่น เพื่อขอดูบัญชีการเสียภาษีได้ ก่อนที่นอร์เวย์จะให้บริการเข้าถึงข้อมูลนี้ทางออนไลน์ในปี 2001

Advertisement

หลักปฏิบัติด้านความโปร่งใสนี้ยังช่วยเพิ่มพูนเงินคงคลังของประเทศด้วย ในความเห็นของนายธอร์ โอลาฟ ธอเรเซน นักสถิติของสถาบันสถิตินอร์เวย์ ที่บอกว่า การเปิดเผยข้อมูลด้านการเสียภาษีของประชาชนผ่านทางออนไลน์ ช่วยทำให้รายได้รัฐเพิ่มขึ้นปีละราว 500 ล้านโครเนอร์ (ราว 2,100 ล้านบาท)

แต่ดาบย่อมมี 2 คม เพราะแม้การเข้าถึงข้อมูลจะเป็นข้อดีในแง่ของความโปร่งใสตรวจสอบได้ทุกคน แต่ขณะเดียวกันก็อาจมีคนคิดแสวงหาประโยชน์จากตรงนี้อยู่ เช่น ที่ปรากฏเป็นข่าวในสื่อนอร์เวย์กรณีมีเด็กนำข้อมูลเรื่องรายได้ต่ำของพ่อแม่ไปล้อเลียนเพื่อนๆ ในโรงเรียน หรือกรณีพวกมิจฉาชีพขโมยข้อมูลภาษีของบุคคลที่เป็นเหยื่อไปทำมิดีมิร้าย อย่างไรก็ดี ช่องโหว่ปัญหานี้ทางการนอร์เวย์ก็ได้วางระบบควบคุมป้องกันเอาไว้โดยใช้กฎหมายเข้ามาจัดการ ซึ่งเชื่อว่าถึงขณะนี้ว่ามาตรการที่ใช้อยู่ก็น่าจะมีประสิทธิผลดี เพราะไม่เช่นนั้น นอร์เวย์ก็คงจะเลิกระบบนี้ไปแล้ว…