หน้าแรก ต่างประเทศ เสียงเรียกร้อ...

เสียงเรียกร้องให้โจ ไบเดนลาออกจากการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีปีนี้จากสื่อทั่วประเทศจะเป็นผลหรือไม่?

3.07.24 | 13:47 น.
Trump supporters listen during the Young Republicans' presidential debate watch party on Thursday, June 27, 2024, in New York as President Joe Biden faces former President Donald Trump during the first presidential debate ahead of the 2024 elections. (AP Photo/Andres Kudacki)

เสียงเรียกร้องให้โจ ไบเดนลาออกจากการเป็นตัวแทนพรรคเดโมแครตในการชิงชัยตำแหน่งประธานาธิบดีปีนี้จากสื่อทั่วประเทศจะเป็นผลหรือไม่?

เมื่อคืนวันที่ 27 มิถุนายนที่ผ่านมา เวลา 21.00 น. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐอเมริกา (วันที่ 28 มิถุนายน เวลาที่ไทย 08.00 น.) ประธานาธิบดีโจ ไบเดน อายุ 81 ปีผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครตกับ อดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อายุ 78 ปีผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรครีพับลิกัน ได้ขึ้นเวทีอภิปรายกันนัดแรกเป็นเวลา 90 นาที ซึ่งจัดโดยสถานีโทรทัศน์ซีเอ็นเอ็น (CNN) ที่สตูดิโอในสำนักงานใหญ่ของซีเอ็นเอ็น นครแอตแลนตา มลรัฐจอร์เจีย ซึ่งหัวข้อการอภิปราย มีอยู่ 6 หัวข้อ คือ 1.เศรษฐกิจของสหรัฐอเมริกาซึ่งถือเป็นเรื่องใหญ่ที่สุด 2.การขึ้นภาษีขาเข้าเพื่อลดการขาดดุลทางการค้าของสหรัฐอเมริกา 3.กฎหมายการทำแท้งซึ่งศาลสูงสุดของสหรัฐอเมริกายกเลิกการอนุญาตทำแท้งทั้งประเทศมาเป็นการให้สิทธิแต่ละมลรัฐจะตัดสินใจเอาเองว่าจะอนุญาตให้ทำแท้งได้หรือไม่ 4.ปัญหาเรื่องชายแดนระหว่างสหรัฐอเมริกากับเม็กซิโกที่มีผู้อพยพที่ผิดกฎหมายเดินทางเข้าประเทศสหรัฐอเมริกาเป็นจำนวนมาก 5.สงครามยูเครน 6.สงครามอิสราเอลกับฮามาส

ปรากฏว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ได้อภิปรายด้วยน้ำเสียงชัดเจนเต็มไปด้วยความมั่นใจดูเข้มแข็งถึงแม้ว่าข้อมูลจะเป็นเท็จอยู่มากมายและการโกหกของทรัมป์ก็เป็นที่รู้กันอยู่ทั่วไปแบบว่าโกหกแบบมั่นใจแสดงความฟิตทั้งสุขภาพกายและใจที่พร้อมจะทำงานหนักในตำแหน่งประธานาธิบดีได้อย่างสบาย ซึ่งตรงข้ามกับประธานาธิบดีโจ ไบเดน ที่พูดตะกุกตะกัก ด้วยน้ำเสียงแหบพร่า และยังตอบคำถามอย่างวกวนเป็นบางครั้ง แสดงความหลงๆ ลืมแบบว่าแสดงความอ่อนแอของความเฒ่าชราอย่างเห็นได้ชัด

หลังจากการอภิปรายสิ้นสุดลง ทางกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์นิวยอร์กไทมส์ สื่อทรงอิทธิพลของสหรัฐอเมริกาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐอเมริกาคนปัจจุบันลาออกจากการแข่งขันชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในนามของพรรคเดโมแครตปีนี้หลังจากผลงานการอภิปรายโต้วาทีกับอดีตประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของฝ่ายพรรค รีพับลิกันในรอบแรก ซึ่งต่อมากองบรรณาธิการของสื่อหนังสือพิมพ์อีกหลายฉบับแทบทุกท้องที่ในสหรัฐอเมริกาก็ออกมาเรียกร้องให้ประธานาธิบดีโจ ไบเดนออกจากการเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตในการชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ไม่ใช่เพราะโจ ไบเดนเป็นคนไม่ดี แต่สังขารของโจ ไบเดนไปไม่ไหวกับงานหนักในตำแหน่งประธานาธิบดีต่างหาก

Advertisement

ทั้งโจ ไบเดนและโดนัลด์ ทรัมป์ยังไม่ได้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต กับ พรรครีพับลิกันเพื่อชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีในวันจันทร์ที่ 5 พฤศจิกายน ปีนี้อย่างเป็นทางการนะครับเพราะยังต้องผ่านการเห็นชอบจากประชุมใหญ่ของพรรคกันก่อน โดยพรรครีพับลิกันจะจัดการประชุมใหญ่ในวันที่ 15-18 กรกฎาคม ที่จะถึงนี้ที่เมืองมิลวอกี มลรัฐวิสคอนซิน ส่วนพรรคเดโมแครตจะจัดการประชุมใหญ่ในวันที่ 19-22 สิงหาคมปีนี้เช่นกันที่นครชิคาโก มลรัฐอิลลินอยส์ โดยทั้งไบเดนและทรัมป์ต่างก็ได้รับชัยชนะผ่านสนามเลือกตั้งขั้นแรกภายในแต่ละพรรคมาแล้วตามมลรัฐต่างๆ จึงเป็นการแน่นอนเกือบ 100% ที่ทั้งโจ ไบเดนจะเป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครต และโดนัลด์ ทรัมป์จะเป็นตัวแทนของพรรครีพับลิกันในการชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีค่อนข้างแน่

ความจริงการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐอเมริกานั้นเป็นการเลือกตั้งทางอ้อมกล่าวคือประชาชนจะไปเลือกตัวแทนของตนในแต่ละมลรัฐ (ซึ่งมีอยู่ 50 มลรัฐ) เพื่อไปเลือกประธานาธิบดีอีกทีหนึ่ง ดังนั้นแต่ละมลรัฐจึงจัดการเลือกตั้งขั้นต้นกันก่อนว่าพรรคใดจะส่งใครไปเป็นคู่ชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีทำนองบังคับให้ผู้แทนที่จะไปเลือกประธานาธิบดีของแต่ละมลรัฐต้องทำตามความประสงค์ของประชาชนนั่นเอง ซึ่งเมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการเรียกร้องให้ไบเดนไม่รับเป็นผู้แทนพรรคเดโมแครตในการชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีนั้นจึงเป็นสิทธิของไบเดนเพียงแต่ผู้เดียวที่จะตัดสินใจ และไบเดนก็ออกมาประกาศแล้วว่าจะสู้ต่อไป ซึ่งถ้าผ่านพ้นวันที่ 22 สิงหาคมปีนี้แล้วก็จะเป็นที่แน่นอนว่าคู่ชิงชัยในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาปีนี้ก็คงเป็นผู้เฒ่าแก่หง่อมคนหนึ่งกับผู้เฒ่าที่ยังแข็งแรงอยู่แต่ขี้โกหกคนหนึ่งเท่านั้นเอง

สงสารคนอเมริกันนิ !