ยูเอ็นกังวลต่อการจำกัดสถานะผู้หญิงภายใต้รัฐบาลทาลิบัน ทำอัฟกานิสถานพัฒนาไม่เต็มที่
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคมที่ผ่านมา โรสแมรี ดิคาร์โล ผู้อำนวยการฝ่ายกิจการการเมืองของสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับข้อจำกัดต่อสตรีและเด็กผู้หญิงในอัฟกานิสถาน ระหว่างการประชุมกับรัฐบาลทาลิบันของอัฟกานิสถาน ที่ประเทศกาตาร์

“ในการหารือทั้งหมดนั้น มีความกังวลใจระดับนานาชาติอย่างมาก ทั้งจากทูตพิเศษ และจากตัวฉันเอง เกี่ยวกับข้อจำกัดที่ร้ายแรงที่ยังคงดำเนินอยู่ ที่มีต่อสตรีและเด็กหญิง” ดิคาร์โลกล่าวในแถลงการณ์ และว่า “อัฟกานิสถานไม่สามารถกลับคืนสู่ระบอบนานาชาติหรือพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมได้อย่างเต็มที่ หากขาดการสนับสนุนและศักยภาพของประชากรครึ่งประเทศ”
ดิคาร์โลกล่าวว่า การเปิดเจรจากับทางการทาลิบันเมื่อวันที่ 30 มิถุนายน และ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา ไม่ได้หมายความว่าสหประชาชาติยอมรับรัฐบาลของทาลิบัน แต่เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่มากขึ้นของประชาคมระหว่างประเทศในการแก้ไขปัญหาที่ชาวอัฟกานิสถานหลายล้านคนเผชิญอยู่ โดยการเจรจามุ่งเน้นไปที่ภาคเอกชนโดยเฉพาะปัญหายาเสพติด
“มีข้อตกลงกันอย่างกว้างขวางถึงความจำเป็นในการจัดทำแนวทางที่ชัดเจนในการก้าวไปข้างหน้า” ดิคาร์โลกล่าว
อย่างไรก็ตามกลุ่มสิทธิมนุษยชนก็ได้ทำการวิพากษ์วิจารณ์สหประชาชาติที่ไม่ให้มีสตรีชาวอัฟกานิสถาน ได้ร่วมโต๊ะเจรจากับกลุ่มทาลิบันในกรุงโดฮา เมืองหลวงของกาตาร์ ดิคาร์โลกล่าวว่า เธอตระหนักถึงคำวิพากษ์วิจารณ์ดังกล่าว แต่ผู้จัดงานต้องเผชิญกับทางเลือกที่ยากลำบากเนื่องจากต้องการจัดการประชุมโดยตรงกับรัฐบาลทาลิบันที่ปกครองอัฟกานิสถาน
ในการประชุม 2 วันซึ่งนำโดยสหประชาชาติ นับเป็นครั้งแรกที่รัฐบาลของกลุ่มทาลิบันเข้าร่วม โดยรัฐบาลอัฟกานิสถานของทาลิบันยังคงไม่ได้รับการยอมรับในเวทีระดับนานาชาตินับตั้งแต่เข้ายึดอำนาจรัฐได้ในปี 2021
โดยนับตั้งแต่กลุ่มทาลิบันกลับมามีอำนาจในอัฟกานิสถาน เด็กผู้หญิงส่วนใหญ่ถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนในระดับมัธยมศึกษา และผู้หญิงถูกห้ามไม่ให้เข้าเรียนมหาวิทยาลัย
นอกจากนี้กลุ่มทาลิบันยังสั่งห้ามเจ้าหน้าที่หญิงชาวอัฟกันส่วนใหญ่ทำงานที่หน่วยงานต่างๆ บังคับปิดร้านเสริมสวย ห้ามผู้หญิงเข้าไปใช้บริการในสวนสาธารณะ และจำกัดการเดินทางของผู้หญิงหากไม่มีผู้ปกครองชายคอยดูแล
อย่างไรก็ตาม กลุ่มทาลิบันกล่าวว่า พวกเขาเคารพสิทธิตามการตีความหลักกฎหมายอิสลาม

