‘อดีตนายกฯ มาเลย์’ คอตก! ศาลปัดตกคำร้อง ขอคุมขังที่บ้าน แทนรับโทษจำคุกที่เหลือ
เมื่อวันที่ 3 กรกฎาคม สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ศาลสูงกัวลาลัมเปอร์ได้ปฏิเสธคำร้องของนายนาจิบ ราซัก อดีตนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่ขณะนี้อยู่ระหว่างรับโทษจำคุกในคดีทุจริตกองทุนเพื่อการพัฒนามาเลเซีย (1เอ็มดีบี) ที่ยื่นขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับเพื่อทำให้เขาได้รับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการคุมขังอยู่ในบ้านแทนได้
ในคำร้องขอให้มีการพิจารณาเรื่องนี้ที่มีการยื่นเมื่อวันที่ 1 เมษายน นายนาจิบระบุว่า คำสั่งพระราชทานอภัยโทษเพิ่มเติมของกษัตริย์มาเลเซียในขณะนั้นได้ออกมาพร้อมกับคำตัดสินของคณะกรรมการอภัยโทษที่ให้ลดโทษจำคุก 12 ปีที่นายนาจิบได้รับในคดี 1เอ็มดีบี ลงเหลือครึ่งหนึ่ง ซึ่งนายนาจิบร้องขอให้ศาลออกคำสั่งบังคับให้รัฐบาลปฏิบัติตาม หรือยืนยันว่าคำสั่งพระราชทานอภัยโทษดังกล่าวของสมเด็จพระราชาธิบดีอัล-สุลต่าน อับดุลาลาห์ อาหมัด ชาห์ กษัตริย์มาเลเซียในขณะนั้นมีอยู่จริง ซึ่งจะทำให้นายนาจิบได้รับสิทธิที่จะขอรับโทษจำคุกที่เหลือด้วยการคุมขังอยู่ในบ้านแทนได้และให้มีการดำเนินการตามคำสั่งดังกล่าว
อย่างไรก็ดีในสำเนาคำพิพากษาที่เผยแพร่ต่อสื่อมวลชนในวันพุธที่ 3 กรกฎาคม ศาลสูงกัวลาลัมเปอร์ระบุว่าไม่พบเหตุผลสนับสนุนที่โต้แย้งได้ซึ่งรับรองว่าจะมีการรับคำร้องของนายนาจิบโดยสมบูรณ์ โดยอามาร์จิต ซิงห์ ผู้พิพากษาชี้ว่า คำให้การเป็นลายลักษณ์อักษรของนายอาหมัด ซาฮิด ฮามิดี รองนายกรัฐมนตรีและนักการเมืองระดับสูงจากพรรคของนายนาจิบที่ระบุว่าพวกเขาได้เห็นสำเนาพระบรมราชโองการดังกล่าวนั้น เป็นเพียงคำบอกเล่า และว่า รัฐบาลไม่มีหน้าที่ทางกฎหมายที่จะตอบสนองต่อคำร้องดังกล่าวของผู้ร้อง
ด้านนายชาฟี อับดุลาลาห์ ทนายความของนายนาจิบเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า นายนาจิบจะอุทธรณ์คำตัดสินนี้
ทั้งนี้ นายนาจิบถูกศาลตัดสินในปี 2563 ว่ามีความผิดทางอาญาจากการละเมิดความไว้วางใจและใช้อำนาจโดยมิชอบในการรับเงินอย่างผิดกฎหมายจากหน่วยงานในกองทุน 1เอ็มดีบี ซึ่งต่อมาศาลสูงของมาลเซียตัดสินยืนตามศาลชั้นต้นในปี 2565 โดยชุดสอบสวนของมาเลเซียและทางการสหรัฐอเมริกาที่ทำการสอบสวนในคดีนี้ประเมินว่ามีเงินที่ถูกยักยอกไปจากกองทุน 1เอ็มดีบี ราว 4,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินมากกว่า 1,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐที่ถูกโอนเข้าไปยังบัญชีธนาคารของนายนาจิบ

