หน้าแรก ต่างประเทศ ครม.ใหม่อังกฤ...

ครม.ใหม่อังกฤษ มีผู้หญิงเกือบครึ่ง สตาร์เมอร์ ประเดิมงานวันแรก ประชุมคณะรัฐมนตรี

6.07.24 | 16:22 น.
เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร (รอยเตอร์)

‘สตาร์เมอร์’ นายกฯใหม่สหราชอาณาจักร ประเดิมงานวันแรก ประชุมครม.

เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม สำนักข่าวบีบีซีรายงานว่า เซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ของสหราชอาณาจักร ประเดิมงานวันแรกด้วยการนัดประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เขาทำการแต่งตั้งเสร็จสิ้นในวันก่อนหน้า หลังการเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เพื่อรับตำแหน่งอย่างเป็นทางการและรับมอบหมายในการจัดตั้งรัฐบาลหลังจากสตาร์เมอร์นำพรรคแรงงานคว้าชัยชนะเหนือพรรคอนุรักษนิยมที่ครองอำนาจบริหารประเทศมานานถึง 14 ปีไปอย่างถล่มทลายในการเลือกตั้งเมื่อ 4 กรกฎาคมที่ผ่านมา

แองเจลา เรย์เนอร์ รองนายกรัฐมนตรี (รอยเตอร์)

โดยบรรดารัฐมนตรีใหม่เริ่มทยอยเดินทางถึงบ้านเลขที่ 10 อันเป็นทำเนียบนายกรัฐมนตรีในกรุงลอนดอนแล้ว สำหรับการประชุมคณะรัฐมนตรีภายใต้การนำของสตาร์เมอร์เป็นครั้งแรกนั้นจะมุ่งเน้นไปยังสิ่งที่พรรคแรงงานเรียกว่า “ก้าวแรก” ซึ่งรวมถึงเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ การตัดลดบัญชีเฝ้ารอเข้ารับบริการในระบบบริการสุขภาพแห่งชาติ (เอ็นเอชเอส) และการแก้ปัญหาการเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

ทั้งนี้ในการกล่าวสุนทรพจน์เป็นครั้งแรกในฐานะนายกรัฐมนตรีที่หน้าบ้านเลขที่ 10 ถนนดาวนิงหลังคว้าชัย สตาร์เมอร์กล่าวถึงภารกิจของเขาว่า การทำงานแห่งการเปลี่ยนแปลงจะเริ่มต้นในทันที พร้อมให้คำมั่นว่าจะฟื้นฟูความไว้วางใจในการเมืองด้วยรัฐบาลที่รับใช้ประชาชน

นายปีเตอร์ ไคล์ รัฐมนตรีกระทรวงวิทยาศาสตร์ นวัตกรรมและเทคโนโลยี (รอยเตอร์)

หลังจากนั้นสตาร์เมอร์ได้ทำการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่มีทั้งสิ้น 25 คน ซึ่งมีผู้หญิงเข้าร่วมมากเป็นประวัติการณ์ถึง 11 คน อาทิ นางราเชล รีฟส์ ที่เป็นรัฐมนตรีคลังหญิงคนแรกของสหราชอาณาจักร นางแองเจลา เรย์เนอร์ ดำรงตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี นางอีแวตต์ คูเปอร์ เป็นรัฐมนตรีมหาดไทย

Advertisement

นอกจากนี้ยังมี นายเดวิด ลามมี ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ นายจอห์น ฮีลีย์ เป็นรัฐมนตรีกลาโหม และ นายเอ็ด มิลิแบนด์ เป็นรัฐมนตรีกระทรวงความมั่นคงทางพลังงาน เป็นต้น

หลุยส์ เฮห์ รัฐมนตรีกระทรวงคมนาคม (รอยเตอร์)

โฉมหน้า ครม.ชุดใหม่ของสตาร์เมอร์ที่เป็นการตั้งทีมงานอาวุโสของเขานั้นเป็นที่คาดหมายได้ในวงกว้าง  โดยรัฐมนตรีที่ได้รับการเสนอชื่อได้ดูแลนโยบายเหล่านั้นในขณะที่พวกเขาเป็นฝ่ายค้านอยู่แล้ว สำหรับการแต่งตั้งนายลามมีและนายฮีลี ให้กำกับดูแลนโยบายต่างประเทศและกลาโหมมีขึ้นในช่วงเวลาที่เกิดสงครามความขัดแย้งระดับโลก 2 จุดที่พวกเขาให้คำมั่นว่าจะยังคงให้การสนับสนุนยูเครนในความขัดแย้งที่มีกับรัสเซียต่อไปและจะเดินหน้าให้มีการยุติการสู้รบในฉนวนกาซาด้วย