หน้าแรก ต่างประเทศ ส่องความเป็นไ...

ส่องความเป็นไปได้ ‘อนาคตการเมืองฝรั่งเศส’ หลังเจอหล่มสภาแขวน

8.07.24 | 13:10 น.
AP

ส่องความเป็นไปได้ ‘อนาคตการเมืองฝรั่งเศส’ หลังเจอหล่มสภาแขวน

สำนักข่าวเอพีได้วิเคราะห์ว่า ผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสเมื่อวันที่ 7 กรกฎาคมที่ผ่านมา เผยให้เห็นว่าผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวฝรั่งเศสเลือกที่จะเทคะแนนให้พรรคร่วมฝ่ายซ้าย ส่งผลให้พรรคร่วมฝ่ายซ้ายได้ที่นั่งในสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดในการเลือกตั้งครั้งสำคัญนี้ ขัดขวางไม่ให้พรรคฝ่ายขวาจัดได้ขึ้นสู่อำนาจ อย่างไรก็ตามผลการเลือกตั้งก็จบลงด้วยการที่ไม่มีพรรคการเมืองใดชนะเสียงข้างมากอย่างเด็ดขาดในสภาได้ ทำให้ฝรั่งเศสตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเมืองที่ไม่แน่นอน และเป็นสถานการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประวัติศาสตร์การเมืองฝรั่งเศส

พรรคพันธมิตรแนวร่วมสายกลางของประธานาธิบดีเอ็มมานูเอล มาครงได้จำนวนที่นั่งในสภาล่างมาเป็นอันดับสอง และพรรคฝ่ายขวาจัดได้อันดับสาม อย่างไรก็ตาม กลุ่มพันธมิตรขวาจัดได้ที่นั่งในสภาเพิ่มขึ้นอย่างมาก ทั้งนี้สมาชิกสภานิติบัญญัติชุดใหม่จะเริ่มทำงานในรัฐสภาได้ในวันที่ 8 กรกฎาคม และจะเริ่มประชุมสมัยแรกในวันที่ 18 กรกฎาคม

สภาล่างถือเป็นสภาที่มีความสำคัญที่สุดในบรรดาสภาทั้งสองของฝรั่งเศส มีอำนาจตัดสินใจขั้นสุดท้ายในการผ่านร่างฎหมายเหนือวุฒิสภาซึ่งสำหรับสภาสูงแล้วส่วนใหญ่อยู่ภายใต้การควบคุมของฝ่ายอนุรักษ์นิยม แต่ผลการเลือกตั้งทำให้ไม่มีกลุ่มแนวร่วมการเมืองใดได้ที่นั่งในสภาล่างเกินกว่า 289 ที่นั่งเพื่อครองเสียงข้างมากในสภา 577 ที่นั่งได้ แม้ประเทศอื่นๆ ในยุโรปจะเคยเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ฝรั่งเศสไม่เคยมีสภาแขวนมาก่อน ทำให้พรรคการเมืองต่างๆ ต่างหาทางสร้างฉันทามติร่วมกัน เพื่อตกลงกันในจุดยืนทางการเมือง และการร่างกฎหมายของรัฐบาลมาครง

ประธานาธิบดีมาครงอาจพยายามบรรลุข้อตกลงกับพรรคฝ่ายซ้ายสายกลางเพื่อจัดตั้งรัฐบาลร่วม อาทิ พรรคสังคมนิยมและพรรคกรีน แต่มีโอกาสที่พรรคเหล่านี้จะปฏิเสธข้อเสนอของมาครงและการตกลงกันในเรื่องดังกล่าวจะยากมากเพราะฝรั่งเศสไม่เคยเจอกับสถานการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่การตั้งพันธมิตรอย่างไม่เป็นทางการและเป็นการรวมตัวกันอย่างหลวมๆ มีความเปราะบางสูงและกลุ่มพันธมิตรอาจแตกได้ทุกเมื่อ มาครงแสดงจุดยืนว่าจะไม่ร่วมงานกับพรรค France Unbowed ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายซ้ายจัด ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรงจากกลุ่มฝ่ายซ้ายสายกลางอื่นๆ เกี่ยวกับจุดยืนของพรรคในเรื่องสงครามอิสราเอล-ฮามาส ผู้นำฝ่ายซ้ายจัดประณามการทำสงครามกับกลุ่มฮามาสของอิสราเอลอย่างแข็งกร้าว และกล่าวหาว่าอิสราเอลฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ชาวปาเลสไตน์ นอกจากนี้ฝ่ายซ้ายจัดถูกกล่าวหาว่าเป็นพวกต่อต้านชาวยิว ซึ่งพวกเขาปฏิเสธอย่างหนักแน่น

Advertisement

แต่หากมาครงไม่สามารถบรรลุข้อตกลงใดๆ ได้ อีกหนึ่งความเป็นไปได้คือมาครงอาจแต่งตั้งรัฐบาลที่ใช้เทคโนแครตไม่สังกัดพรรคการเมือง เพื่อให้การบริหารและการปกครองฝรั่งเศสยังคงดำเนินต่อไปได้ในแต่ละวัน อย่างไรก็ตามประเด็นที่ซับซ้อนเหล่านี้ในท้ายที่สุดก็ต้องผ่านความเห็นชอบจากทางสภาล่างของฝรั่งเศสอยู่ดี เมื่อประธานาธิบดีมาครงไม่สามารถครองเสียงข้างมากในสภาได้ อำนาจในการบริหารของมาครงจึงอ่อนแอลงอย่างมาก อย่างไรก็ตาม มาครงได้กล่าวว่าเขาจะไม่ลงจากตำแหน่งประธานาธิบดีก่อนที่วาระจะสิ้นสุดใน 2027

รัฐธรรมนูญของฝรั่งเศสระบุว่าประธานาธิบดียังคงมีอำนาจบางส่วนในเรื่องนโยบายต่างประเทศ และการป้องกันประเทศ รวมถึงยังรับผิดชอบในการเจรจาและการให้สัตยาบันสนธิสัญญาระหว่างประเทศ ประธานาธิบดีฝรั่งเศสยังเป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพฝรั่งเศส และเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจในการใช้อาวุธนิวเคลียร์

ส่วนในเรื่องนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสนั้น ทางมาครงกล่าวว่า ยังไม่มีความชัดเจนว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีฝรั่งเศสคนใหม่ โดยในรัฐธรรมนูญฝรั่งเศส ไม่มีกำหนดเวลาที่แน่นอนว่าประธานธิบดีจะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีเมื่อใด และไม่มีข้อบังคับที่ชัดเจนว่าจะต้องแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีจากพรรคที่ใหญ่ที่สุดในรัฐสภา มีความเป็นไปได้ที่นายกรัฐมนตรีคนใหม่จะหันความสนใจไปที่การเมืองในประเทศ มากกว่าที่จะท้าทายอำนาจของประธานาธิบดีมาครงในกิจการด้านการต่างประเทศและความมั่นคง

ด้านนายแกเบรียล แอตทาล นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส แถลงว่าเขาจะลาออกในวันที่ 8 กรกฎาคมนี้ แต่ก็เผยว่าพร้อมที่จะดำรงตำแหน่งต่อไปก่อนในระหว่างการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่กรุงปารีส ไปจนถึงตราบเท่าที่จำเป็น โดยรัฐบาลรักษาการจะบริหารบ้านเมืองไปก่อนจนกว่าการเจรจาระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ จะได้ข้อสรุป