นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีคลังสตรีคนแรกของอังกฤษในรัฐบาลของพรรคเลเบอร์ที่น่ารู้จัก
เมื่อวันศุกร์ที่ 5 กรกฎาคมที่ผ่านมานี้ เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ หัวหน้าพรรคเลเบอร์วัย 61 ปีผู้คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งทั่วไปของอังกฤษอย่างท่วมท้นด้วยที่นั่งในสภาสามัญ 412 ที่นั่ง ชนะคู่แข่งพรรคคอนเซอร์เวทีฟที่ได้ที่นั่งในสภาสามัญเพียง 121 ที่นั่ง จากที่นั่งในสภาสภาสามัญทั้งหมด 650 ที่นั่ง ได้เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร ณ พระราชวังบักกิงแฮมแล้ว และสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์โปรดเกล้าฯแต่งตั้งให้เซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ของอังกฤษอย่างเป็นทางการ โดยนายกรัฐมนตรีสหราชอาณาจักรคนใหม่ยังได้ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ 22 คน ซึ่งมีรัฐมนตรีใหม่เป็นสตรีถึง 11 คน ถือเป็นจำนวนรัฐมนตรีสตรีที่สูงสุดในประวัติศาสตร์อังกฤษเลยทีเดียว จะเข้ามาบริหารรัฐบาลวันเสาร์ที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่าน
ก่อนอื่นต้องแนะนำให้รู้จักนายกรัฐมนตรีเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เสียก่อนเพราะนายกรัฐมนตรีของอังกฤษคนใหม่นี้มีความเป็นส่วนตัวสูงมาก แม้แต่ชื่อลูกชายและลูกสาวของเขายังปิดเป็นความลับ เขายอมเปิดเผยเพียงชื่อแมวที่เลี้ยงไว้เท่านั้น ชื่อโจโจ้
ความจริงเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ เข้าสู่วงการการเมืองภายหลังที่เขาอายุได้ 52 ปีแล้ว เขาเกิดที่กรุงลอนดอน และเติบโตขึ้นที่มณฑลเซอร์รีย์ เป็นบุตรของชนชั้นแรงงาน เนื่องจากเขาเรียนดีจึงได้ทุนการศึกษาเข้าศึกษาระดับปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยลีดส์เมื่อ พ.ศ.2528 และเข้ารับการศึกษาระดับสูงกว่าปริญญาตรีด้านนิติศาสตร์ที่เซนต์ เอ็ดมันด์ ฮอลล์ มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ใน พ.ศ.2529 ภายหลังจากสำเร็จการศึกษาทางเนติบัณฑิตแล้ว สตาร์เมอร์ได้เริ่มทำงานเป็นทนายความเฉพาะทางด้านจำเลยคดีอาญาซึ่งเน้นคดีความด้านสิทธิมนุษยชนที่มีชื่อเสียงและผลงานโดดเด่นมากทั้งในและนอกประเทศ จนได้รับแต่งตั้งเป็นอัยการใน พ.ศ.2545 ใน พ.ศ.2551 สตาร์เมอร์ได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการสำนักอัยการ (DPP) จนถึง พ.ศ.2556 เมื่อภายหลังจากเสร็จสิ้นวาระการทำงานในสำนักอัยการแล้วเขาได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์บาร์ธชั้นอัศวิน (Knight Commander) ใน พ.ศ.2557 ดังนั้นเขาจึงมีตำแหน่งเป็นอัศวิน (เซอร์) นั่นเอง
เมื่อเซอร์ เคียร์ สตาร์เมอร์ได้เป็นสมาชิกพรรคเลเบอร์และได้รับเลือกตั้งเป็นผู้แทนราษฎรแล้วเขาก็เป็นส่วนสำคัญในการปฏิรูปพรรคเลเบอร์เข้าสู่ทางสายกลางซ้ายโดยขับอดีตหัวหน้าพรรคเลเบอร์คนก่อนหน้าเขา คือนายเจรามี คอร์บิน และพรรคพวกที่หัวรุนแรงซ้ายจัดออกจากพรรคเลเบอร์ เป็นการขจัดความขัดแย้งภายในพรรคเลเบอร์ได้เป็นอย่างดีด้วยความเด็ดขาดของเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์นี่เอง
นโยบายหลักของรัฐบาลพรรคเลเบอร์คือเศรษฐกิจที่มีเสถียรภาพที่ตีพรรคแรงงานจะพยายามปรับงบประมาณที่ขาดดุลให้กลับมาสมดุล และลดหนี้สาธารณะลงให้ได้ภายใน 5 ปีตลอดอายุของสภาสมัยหน้านั่นเอง จะจัดทำโดยการหารายได้เพิ่มแต่ไม่ขึ้นภาษีกับประชาชนทั่วไป แต่จะจัดเก็บภาษีของคนที่อาศัยอยู่ในประเทศที่เป็นชาวต่างชาติ แต่แจ้งว่ามีที่พักอาศัยหลักอยู่นอกประเทศ เช่น นางอักษตา มูรติ ภรรยาของอดีตนายกรัฐมนตรีซูแน็กที่กฎหมายปัจจุบันเปิดช่องว่างให้หลบเลี่ยงภาษีอยู่ ซึ่งการปิดช่องว่างดังกล่าวคาดว่าจะสร้างรายได้เพิ่มขึ้น 5.2 พันล้านปอนด์ นอกจากนี้ยังมีข้อเสนอเก็บภาษีโรงเรียนเอกชน โดยเก็บด้วยอัตราเดียวกับธุรกิจทั่วไป คาดหวังรายได้ 1.5 พันล้านปอนด์ และภาษีบริษัทน้ำมันและแก๊สอีก 1.2 พันล้านปอนด์นอกจากนี้พรรคเลเบอร์ยังเสนอปรับลดหรือเลิกโครงการเก่าๆ ของรัฐบาลพรรคคอนเซอร์เวทีฟ
เช่น การใช้โรงแรมเป็นที่พักพิงของผู้อพยพลี้ภัย การจ้างประเทศรวันดารับผู้ลี้ภัยไปอาศัยต่อ และโครงการบางอย่างของตำรวจที่ไม่จำเป็น เป็นต้น ในส่วนนี้จะได้เงินคืนมา 1.4 พันล้านปอนด์ แบบว่าสามารถแจงที่มาของของรายได้ที่จะหาเพิ่มได้โดยไม่ต้องขึ้นภาษีเอากับประชาชนทั่วไป
ครับ! นโยบายการคลังนี้เป็นของ นางราเชล รีฟส์ ผู้จบจากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (อังกฤษ: The London School of Economics and Political Science) หรือที่รู้จักในชื่อย่อว่า แอลเอสอี (LSE-London School of Economics) วัย 45 ปี ผู้เป็นอดีตแชมป์หมากรุกระดับมัธยมของอังกฤษและนักดนตรีฟลุต (flute) ที่เป็นเครื่องดนตรีสากลกำเนิดเสียงจากการผิวของลม ลักษณะเสียงของฟลุตจะมีความไพเราะ นุ่มนวล อ่อนหวาน น่าฟัง กับเป็นนักเศรษฐศาสตร์ของธนาคารกลางอังกฤษอีกด้วย
บิดามารดาของราเชล รีฟส์ เป็นครูทั้งคู่ เธอเรียนโรงเรียนของรัฐมาโดยตลอดและได้รับทุนเรียนหลักสูตรปริญญาตรีที่มหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดแบบเดียวอดีตนายกรัฐมนตรี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ของไทย คือหลักสูตรปรัชญา รัฐศาสตร์และเศรษฐศาสตร์ และจบปริญญาโททางเศรษฐศาสตร์จากวิทยาลัยเศรษฐศาสตร์และรัฐศาสตร์แห่งลอนดอน (LSE-London School of Economics)
ราเชล รีฟส์ ได้รับเลือกเป็นผู้แทนราษฎรครั้งแรกใน พ.ศ.2559 และมีความก้าวหน้าในตำแหน่งของพรรคเลเบอร์ระดับรัฐมนตรีเงามาโดยตลอด แต่ถูกปลดลงมาเป็นผู้แทนราษฎรแถวหลังในสมัยที่นายเจรามี คอร์บิน เป็นหัวหน้าพรรคอยู่ถึง 5 ปี เมื่อเซอร์เคียร์ สตาร์เมอร์ได้เป็นหัวหน้าพรรคเลเบอร์ เธอจึงกลับเป็นรัฐมนตรีเงาอีกครั้งหนึ่งและก็ได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐมนตรีคลังสตรีคนแรกในประวัติศาสตร์อังกฤษ ซึ่งตำแหน่งรัฐมนตรีคลังนี้ถือว่าเป็นตำแหน่งที่ยิ่งใหญ่และสำคัญสุดรองจากนายกรัฐมนตรีเท่านั้น เพราะรัฐมนตรีคลังของอังกฤษนั้นทั้งต้องหาเงินและทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐบาลด้วย ซึ่งไม่เหมือนกับประเทศไทยที่กระทรวงการคลังทำหน้าที่หาเงินแต่สำนักงบประมาณทำงบประมาณรายจ่ายประจำปีของรัฐ ซึ่งนับว่าแปลกประหลาดที่คนใช้เงินไม่ได้เป็นคนหาเงิน

