‘เทศกาลไทย’ ในปักกิ่ง ปลุกท่องเที่ยว สานต่อ Ignite Thailand
เมื่อวันที่ 21 -23 มิถุนายน ที่ผ่านมา สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง ได้ร่วมกับรัฐบาลเขตเฉาหยาง กรุงปักกิ่ง จัดงานเทศกาลไทย ณ กรุงปักกิ่ง ครั้งที่ 9 ณ ลานศูนย์กลางธุรกิจซานหลี่ถุน เพื่อร่วมส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม ธุรกิจไทยและจีน รวมถึงกระตุ้นภาคการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจไทย ตามนโยบาย Ignite Thailand ของรัฐบาล
ท่านทูตฉัตรชัย วิริยเวชกุล เอกอัครราชทูต ณ กรุงปักกิ่ง เล่าให้ฟังว่า งานเทศกาลไทย ณ กรุงปักกิ่ง เริ่มจากงานเทศกาลขนาดเล็กๆ จัดในพื้นที่สถานเอกอัครราชทูตและทำเนียบที่พักของเอกอัครราชทูต ซึ่งได้รับความสนใจจากคนจีนคนไทยและคนต่างชาติที่อาศัยในกรุงปักกิ่งมากขึ้นตามลำดับ ปีหลังๆ คนสนใจมากต้องรอต่อคิวเข้างาน เนื่องจากข้อจำกัดด้านพื้นที่ ในปีนี้สถานทูตได้พูดคุยหารือกับรัฐบาลท้องถิ่นและศูนย์การค้าย่านซานหลี่ถุนซึ่งคล้ายกับสยามสแควร์ของไทย และเห็นพ้องกันที่จะจัดงานเทศกาลไทยที่บริเวณลานหน้าศูนย์การค้าย่านซานหลี่ถุนแทน ซึ่งนับเป็นครั้งแรกที่ออกมาจัดงานนอกพื้นที่สถาน และเป็นที่น่ายินดีที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีมากจากผู้มาร่วมงานตลอดทั้ง 3 วัน

การงานเทศกาลไทย ณ กรุงปักกิ่งในปีหลัง ๆ สถานทูตพยายามผสมผสานสืบสานเอกลักษณ์ดั้งเดิมดีๆ และนำเสนอสิ่งใหม่ๆ โดยอาศัยแนวคิดการส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของไทย หรือ Ignite Thailand ที่รวมองค์ประกอบทางอัตลักษณ์ไทยและเศรษฐกิจในมิติต่างๆ
งานในปีนี้จึงจัดเต็มทั้งอาหารและผลไม้ไทย มวยไทย การแสดงวิจิตรนาฏศิลป์ไทย การแสดงแฟชั่นโชว์เสื้อผ้าดีไซน์เนอร์ไทย และศิลปินดนตรีแนว T-POP ประจวบกับทางสำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ณ กรุงปักกิ่งกำลังจะจัดโครงการท่องเที่ยวไทยโดยพาตุ๊กตา “ลาบูบู้” ที่เป็นที่ชื่นชอบของทั้งคนไทยและคนจีน ไปเช็คอินแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ของไทยในช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ ลาบูบู้ที่แต่งกายด้วยชุดไทยจึงมาโชว์ตัวและประชาสัมพันธ์การท่องเที่ยวไทยในงานด้วย ซึ่งก็ได้รับความชื่นชอบเป็นอย่างดี

นอกจากการออกร้านอาหารไทยยอดนิยม การจำหน่ายสินค้าไทยหลากหลายแบรนด์คุณภาพจากสมาชิกหอการค้าไทยในจีนที่มีให้เลือกซื้อมากกว่า 100 รายการ มุมถ่ายภาพจำลองสถานที่ท่องเที่ยวที่โดดเด่นของไทยโดยสำนักงานททท. ณ กรุงปักกิ่ง ยังมีการนำเสนอข้อมูลแก่ประชาชนเพื่อกระตุ้นการตระหนักรู้ด้านการค้าไทย-จีน โดยสำนักงานพาณิชย์ ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อส่งเสริมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไทยหลากหลายประเภท การออกร้านผลไม้ไทยจากเครือข่ายผู้ประกอบการของสำนักงานที่ปรึกษาการเกษตร ณ กรุงปักกิ่ง เพื่อให้กลุ่มชาวจีนได้เลือกซื้อผลไม้คุณภาพดีของไทย ซึ่งมีทุเรียน ซึ่งคนจีนเองก็นิยมทานกันมากเป็นตัวชูโรง ท่ามกลางการแข่งขันอย่างดุเดือดเพื่อแย่งชิงตลาดทุเรียนในจีนจากหลายประเทศ ขณะที่ไทยก็พยายามรักษาความเป็นผู้นำของไทยอย่างเต็มที่เข่นกัน
นอกจากการนำเสนออัตลักษณ์ความเป็นไทย ศิลปะการบันเทิงก็เป็นซอฟท์พาเวอร์ที่สำคัญอีกด้านหนึ่ง โดยเฉพาะความนิยมในหมู่คนรุ่นใหม่ไทยและจีน ในปีนี้ สถานเอกอัครราชทูตได้เชิญศิลปินไทยชื่อดังอย่าง คุณสน ยุกต์ ส่งไพศาล และ คุณวิว วรรณรท สนธิไชย ซึ่งเป็นที่รู้จักและมีผลงานในจีน และยังได้ร่วมกับสำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์ (Creative Economy Agency-CEA) นำศิลปิน คุณพีรวัส แสงโพธิรัตน์ และเกิล์ดกรุ๊ปสัญชาติไทย 4EVE (โฟร์อีฟ) มาร่วมงาน ซึ่งสร้างความสนุกสนานให้กับผู้เข้าร่วมงานอย่างมาก สถานทูตยังคงจัดเทศกาลไทยในแบบ Hybrid อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 เพื่อให้คนจีนและคนไทยที่ไม่ได้อยู่ในกรุงปักกิ่ง สามารถร่วมสนุกได้ในรูปแบบออนไลน์ที่ ซึ่งประกอบด้วยการจัดแคมเปญให้ผู้ใช้งานแพลตฟอร์มวีดิทัศน์สั้นยอดนิยมของจีนชื่อไขว้โฉ่ว (Kuaishou) ได้ร่วมชมการถ่ายทอดสดงานและร่วมกิจกรรมลุ้นรับของที่ระลึกจากไทยด้วย

ท่านทูตฉัตรชัยกล่าวว่า สถานทูตได้งานเทศกาลไทยเป็นปีที่ 9 แล้ว ถือได้ว่าเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ ยิ่งได้มาจัดในสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาร่วมงานได้ง่าย คนมาร่วมงานจึงมากกว่าปีก่อนๆ น่าจะเป็นการขยายฐานประชาสัมพันธ์ประเทศไทยกว้างขวางขึ้น
สำหรับท่านทูตฉัตรชัย ความคาดหวังจากการจัดงานครั้งนี้มี 2 ระดับ สำหรับคนที่อาจเคยไปเที่ยวไทยเมื่อหลายปีมาแล้ว ก็หวังว่าการได้มางานเทศกาลไทยก็จะช่วยกระตุ้นว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเขาต้องแพคกระเป๋าไปท่องเที่ยวประเทศไทยอีกสักครั้ง และสำหรับคนที่ยังไม่เคยไปท่องเที่ยวไทยมาก่อน ก็หวังว่าจะทำให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น แต่ใม่ว่าจะตัดสินใจอย่างไร การได้มาเที่ยวงาน ได้สนุก ได้อิ่มรสชาติอาหารไทย มีอาหารมีสินค้าไทยติดมือกลับบ้าน ก็ถือว่าเป็นการท่องเที่ยวไทยที่พวกเราดีใจแล้ว ความคาดหวังระดับที่ 2 เป็นเรื่องการสร้างตัวตน (presence) ของไทยในจีน ให้เห็นถึงความเป็นไทยซึ่งมีทั้งที่คล้ายคลึงและที่แตกต่างจากจีน เป็นพื้นฐานของการยอมรับและความนิยมชมชอบ

เมื่อถามว่าการยกเว้นวีซ่าระหว่างกันจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวระหว่งกันได้หรือไม่ ท่านทูตฉัตรชัยกล่าวว่า อยากให้มองว่าการยกเว้นตรวจลงตราหรือยกเว้นวีซ่านี้มี 2 แง่มุม แง่มุนแรกก็ชัดเจนว่า จะทำให้การท่องเที่ยวระหว่างสองประเทศเพิ่มตัวมากขึ้น คนจีนซึ่งเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติอันดับหนึ่งของไทยมาท่องเที่ยวไทยง่ายขึ้นมากขึ้น และคนไทยเองที่อยากไปท่องเที่ยวจีนแต่ติดขัดเรื่องต้องวีซ่าก็สามารถเดินทางมาชื่นชมประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมของจีนได้สะดวกขึ้น
ในแง่มุมที่สองที่คิดว่าสำคัญคือ ประเทศจีนเข้มงวดเรื่องการอนุญาตให้คนต่างชาติเข้าประเทศ และที่ผ่านมาอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าประเทศโดยไม่มีวีซ่าไม่กี่ประเทศเท่านั้น การที่รัฐบาลจีนเห็นชอบให้มีความตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างไทย-จีนเป็นการสะท้อนถึงมิตรภาพและความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างรัฐบาลสองประเทศ ที่จะให้พลเมืองของแต่ละฝ่ายสามารถเดินทางไปมาหากันกันได้โดยไม่ต้องเข้มงวดคัดกรอง

ท่านทูตฉัตรชัยบอกด้วยว่า ในปีหน้าคือปี 2568 เป็นปีสำคัญของความสัมพันธ์ไทย-จีน ที่จะครบรอบ 50 ปีของการสถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้งสองประเทศ และรัฐบาลสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะให้มีการเฉลิมฉลองวาระสำคัญนี้หลายเรื่อง ทั้งการเยือนระดับสูง การจัดกิจกรรมทางศาสนาวัฒนธรรม สถานทูตจะมุ่งเน้นการสร้างความตระหนักรู้ในระดับประชาชนทั้งในกรุงปักกิ่ง และระดับมณฑลและเมืองต่างๆ ในจีนว่ามิตรภาพไทย-จีนมีมายาวนานและช่วยส่งเสริมความเจริญของทั้งสองฝ่าย
แน่นอนว่าเทศกาลไทยก็จะอยู่ในแผนกิจกรรมเฉลิมฉลองนี้ด้วย รวมทั้งอีกหลายกิจกรรมที่สถานเอกอัครราชทูตกำลังประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งภาคเอกชนและประชาชนไทยในจีนเพื่อสะท้อนถึงมิตรภาพที่ยืนยาวมาถึงครึ่งศตวรรษนี้

