สุดย้อนแย้ง! รัสเซียนั่งประธาน UNSC ถกหมีขาวถล่มรพ.เด็กยูเครน
เกิดเหตุอันสร้างความกระอักกระอ่วนทางการทูตในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (UNSC) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ในนครนิวยอร์กของสหรัฐ เกี่ยวกับการโจมตีโรงพยาบาลเด็กที่ใหญ่ที่สุดในยูเครนของรัสเซีย ซึ่งมีเอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรของรัสเซียเป็นประธานในที่ประชุม
ทั้งนี้ รัสเซียได้ดำรงตำแหน่งประธานหมุนเวียนของ UNSC ในปัจจุบัน จึงทำให้นายวาสซิลี เนเบนเซีย เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรรัสเซียต้องทำหน้าที่ประธานการประชุม และผู้ตกเป็นเป้าในการถูกวิพากษ์วิจารณ์ไปพร้อมๆ กัน
รัสเซียปฏิเสธความรับผิดชอบต่อเหตุโจมตีโรงพยาบาลเด็กซึ่งทำให้มีเจ้าหน้าที่เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย
ขณะที่เนเบนเซียตอบโต้คำวิจารณ์อย่างรุนแรงต่อรัสเซียว่า เป็นเพียงวาทะกรรมจากประเทศที่พยายามปกป้องรัฐบาลยูเครน โดยเขาเน้นย้ำจุดยืนของรัสเซียที่ปฏิเสธความรับผิดชอบต่อการโจมตีโรงพยาบาลดังกล่าว และยืนยันว่ามันถูกโจมตีจากจรวดป้องกันภัยทางอากาศของยูเครน
“หากมันเป็นการโจมตีของรัสเซียจริงก็จะไม่มีอะไรในอาคารนี้หลงเหลืออยู่ เด็กทุกคนและผู้ใหญ่เกือบทั้งหมดจะถูกฆ่า และจะไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ” เนเบนเซียกล่าว
จอยซ์ มูซูยา รักษาการหัวหน้าฝ่ายมนุษยธรรมแห่งสหประชาชาติ เน้นย้ำต่อที่ประชุมว่า การจงใจโจมตีโรงพยาบาลถือเป็นอาชญากรรมสงคราม และการโจมตีที่เกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบการโจมตีอย่างเป็นระบบที่น่ากังวลอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นอันตรายต่อการดูแลสุขภาพและโครงสร้างพื้นฐานของพลเรือนอื่นๆ ทั่วยูเครน
มูซูยากล่าวว่า นับตั้งแต่รัสเซียรุกรานยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2022 องค์การอนามัยโลกของสหประชาชาติตรวจพบโจมตี 1,878 ครั้ง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสถานพยาบาล บุคลากร การขนส่ง อุปกรณ์และผู้ป่วย
บาร์บารา วูดเวิร์ด เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรสหราชอาณาจักร บอกว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความเลวทรามของพวกขี้ขลาด ขณะที่โฆเซ เดอ ลา กัสกา ผู้แทนถาวรเอกวาดอร์บอกว่ามันเป็นสิ่งที่เหลือทนอย่างยิ่งขณะที่ผู้แทนถาวรสโลวีเนียกล่าวว่า มันเป็นความต่ำตมในสงครามครั้งนี้
วู้ดเวิร์ดและคนอื่นๆ ย้ำข้อเรียกร้องให้รัสเซียถอนทหารออกจากยูเครน แต่บางประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับมอสโกยังคงไม่ได้แสดงจุดยืนที่เด่นชัดขนาดนั้น
เกิง ชวง อัครราชทูตจีน แสดงความกังวลเกี่ยวกับการสูญเสียชีวิตพลเรือนและโครงสร้างพื้นฐาน แต่เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายใช้เหตุผลและความยับยั้งชั่งใจ รวมถึง แสดงเจตจำนงทางการเมือง ต้องพบกันครึ่งทาง และเริ่มการเจรจาสันติภาพ
ในวันเดียวกันที่กรุงเจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ แดเนียล เบลล์ ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมของสหประชาชาติที่ติดตามสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในยูเครน กล่าวว่า โรงพยาบาลน่าจะถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธร่อน Kh-101 ของรัสเซีย
ด้านเซอร์กี คีสลิตยา เอกอัครราชทูต ผู้แทนถาวรยูเครนประจำสหประชาชาติ ได้แสดงภาพถ่ายของสิ่งที่อ้างว่าเป็นชิ้นส่วนที่แสดงถึงต้นกำเนิดของขีปนาวุธรัสเซีย พร้อมด้วยแผนที่ที่อ้างว่าแสดงเส้นทางของขีปนาวุธจากดินแดนรัสเซียไปยังโรงพยาบาลเด็ก
“เมื่อวานนี้ รัสเซียจงใจมุ่งเป้าไปที่กลุ่มที่อ่อนแอและไม่มีทางป้องกันตัวมากที่สุดในสังคมใดๆ นั่นก็คือ เด็กที่เป็นมะเร็งและป่วยด้วยโรคอื่นๆ ที่คุกคามถึงชีวิต” คีสลิตยา กล่าว
ยูเครนไม่ได้เป็นสมาชิกของ UNSC ได้กล่าวโจมตีเนเบนเซียที่ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานที่ประชุมหลังการนองเลือดครั้งล่าสุด ขณะที่เนเบนเซียตอบโต้กลับว่า “ตามประเพณีของประธานสภา และเพราะในฐานะประธานสภา ผมถูกบังคับให้ขอบคุณยูเครนสำหรับคำกล่าวของพวกเขา”

