เซเลนสกียอมรับไม่รู้จะเป็นอย่างไรถ้าทรัมป์กลับมา ร้องขอสหรัฐให้ความช่วยเหลือเต็มรูปแบบไม่ต้องรอผลเลือกตั้ง
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกีของยูเครน กล่าวว่า เขาไม่สามารถคาดเดาได้ว่า โดนัลด์ ทรัมป์ จะทำอย่างไรหากทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐอีกครั้งในการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายนที่กำลังจะมาถึง แต่เขาเชื่อว่าทั้งโลกรวมถึงผู้นำรัสเซีย วลาดิมีร์ ปูติน กำลังเฝ้ารอผลการลงคะแนนเสียงครั้งนี้
โดยเซเลนสกีอยู่ที่กรุงวอชิงตัน ในขณะบรรดาผู้นำโลกรวมตัวกันเพื่อร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำนาโต โดยเซเลนสกีกล่าวว่า เขาหวังว่าทรัมป์จะไม่ถอนตัวออกจากพันธมิตรนาโต ซึ่งก่อตั้งมานาน 75 ปี และหวังว่าอเมริกาจะยังคงสนับสนุนยูเครนในการป้องกันตนเองจากการรุกรานของรัสเซียที่กินเวลานานมากว่า 2 ปีที่แล้ว
“ผมไม่รู้จักเขาดีมาก” เซเลนสกีกล่าวถึงทรัมป์ และเสริมว่า เขามีการพบปะที่ดีกับทรัมป์ ในช่วงที่ทรัมป์ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่เซเลนสกีก็บอกว่านั่นเป็นก่อนที่รัสเซียจะบุกโจมตีในปี 2022
“ผมบอกคุณไม่ได้ว่าเขาจะทำอะไร ถ้าเขาจะได้เป็นประธานาธิบดีสหรัฐ ผมไม่รู้” เซเลนสกีกล่าว
โดยเซเลนสกีเรียกร้องให้บรรดาผู้นำทางการเมืองของสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องรอผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนนี้แล้วจึงค่อยดำเนินการช่วยเหลือยูเครนอย่างจริงจัง โดยเขาเรียกร้องให้ลดข้อจำกัดในการใช้อาวุธของสหรัฐลง
“ทุกคนกำลังรอคอยเดือนพฤศจิกายน ชาวอเมริกันกำลังรอคอยเดือนพฤศจิกายน ในยุโรป ตะวันออกกลาง ในแปซิฟิก ทั้งโลกกำลังเฝ้ารอเดือนพฤศจิกายน และพูดได้เต็มปากว่าปูตินก็กำลังรอคอยเดือนพฤศจิกายนเช่นกัน” เซเลนสกีกล่าว และว่า “ถึงเวลาที่ต้องก้าวออกมาจากเงามืด เพื่อตัดสินใจที่เด็ดขาด เพื่อดำเนินการ และโดยไม่ต้องรอถึงเดือนพฤศจิกายนหรือเดือนอื่น”
ทั้งนี้ ทรัมป์ซึ่งเป็นผู้ได้รับการเสนอชื่อเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันในการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ มักวิพากษ์วิจารณ์ขนาดของการสนับสนุนทางทหารของสหรัฐ ที่มีต่อยูเครนอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งยอดสนับสนุนดังกล่าวคิดเป็นมูลค่าราว 6 หมื่นล้านดอลลาร์ ทรัมป์ยังเรียกเซเลนสกีว่าเป็นนักขายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เคยมีมา
นอกจากนี้ที่ปรึกษาความมั่นคงแห่งชาติ 2 คนของเขาได้เสนอแผนต่อทรัมป์ ในการยุติความช่วยเหลือทางทหารของสหรัฐ ให้กับยูเครน เว้นแต่ว่ายูเครนจะเปิดการเจรจากับรัสเซียเพื่อยุติความขัดแย้ง
นอกจากนี้ทรัมป์ยังเคยกล่าวว่า เขาจะสนับสนุนให้รัสเซียให้ทำอะไรได้ที่พวกเขาต้องการ กับ สมาชิกพันธมิตรนาโตที่ไม่ใช้จ่ายงบประมาณด้านการป้องกันประเทศเพียงพอตามยอดที่กำหนดไว้ และสหรัฐจะไม่ปกป้องพวกเขา ตามที่กฎบัตรนาโตได้กำหนดให้ชาติสมาชิกต้องออกมาปกป้องพันธมิตรที่ถูกโจมตี
อย่างไรก็ตามความสัมพันธ์ระหว่างทรัมป์กับเซเลนสกีกลายเป็นประเด็นที่สภาผู้แทนราษฎรของสหรัฐ ถอดถอนเขาออกจากตำแหน่งประธานาธิบดีเป็นครั้งแรกในปี 2019 โดยทรัมป์ถูกกล่าวหาว่ากดดันเซเลนสกีให้ช่วยใส่ร้าย โจ ไบเดน เพื่อแลกกับความช่วยเหลือ แต่วุฒิสภามีมติตัดสินให้ทรัมป์พ้นผิดจากข้อกล่าวหาในปี 2020
โดยในขณะที่ทางประธานาธิบดี โจ ไบเดน ของสหรัฐ ได้ออกมาให้คำมั่นว่าจะปกป้องยูเครนอย่างเต็มที่ในการประชุมสุดยอดนาโต

