ร้อนตับแตก! ภาคตะวันตกสหรัฐเจอคลื่นความร้อน แห่ทุบสถิติอุณหภูมิสูง
สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ทางตะวันตกของสหรัฐกำลังเผชิญกับคลื่นความร้อนอย่างต่อเนื่องในวันที่ 9 กรกฎาคม ด้านสำนักงานสภาพอากาศแห่งชาติสหรัฐ (เอ็นดับเบิลยูเอส) ระบุว่า ประชาชนราว 162 ล้านคนหรือเกือบครึ่งของประชากรสหรัฐ อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่มีการแจ้งเตือนถึงความร้อน
มีการทำลายสถิติอุณหภูมิสูงสุดในหลายพื้นที่ อาทิ นครลาสเวกัสที่มีอุณหภูมิสูงสุดเป็นประวัติการณ์ถึง 48.9 องศาเซลเซียส เมื่อวันอาทิตย์ (7 ก.ค.) ขณะที่อุณหภูมิในอุทยานแห่งชาติเดธวัลเลย์ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ร้อนที่สุดในโลก มีอุณหภูมิสูงถึง 53 องศาเซลเซียสในวันเสาร์ (6 ก.ค.) เอ็นดับเบิลยูเอสคาดการณ์อีกว่า คลื่นความร้อนที่อันตรายจะยังคงปกคลุมภาคตะวันตกของสหรัฐไปตลอดช่วงสัปดาห์นี้ก่อนจะเคลื่อนตัวไปยังทิศตะวันออกในช่วงสุดสัปดาห์
ขณะที่ชายฝั่งตะวันออกและทางตะวันออกเฉียงใต้มีอุณหภูมิสูงขึ้นเช่นกัน โดยมีการประกาศคำแนะนำและคำเตือนถึงอากาศร้อนเช่นกันตั้งแต่รัฐฟลอริดาไปจนถึงรัฐแมสซาชูเซตส์
อย่างไรก็ตาม คลื่นความร้อนได้ทำให้มีผู้เสียชีวิตในพื้นที่ชายฝั่งตะวันตกของสหรัฐแล้ว เป็นคนขับมอเตอร์ไซค์ 1 คน เสียชีวิตจากโรคเพลียแดดในเดธวัลเลย์ และมีชายเสียชีวิต 4 คน ในรัฐโอเรกอนตั้งแต่วันศุกร์ (5 ก.ค.) จากอาการป่วยที่คาดว่ามาจากอากาศที่ร้อนจัด
นายแดเนียล สเวน นักวิทยาศาสตร์ด้านสภาพภูมิอากาศจากมหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส กล่าวว่า นี่เป็นคลื่นความร้อนที่ทำลายสถิติ และบางคนที่อาศัยอยู่ในแคลิฟอร์เนียไม่เพียงแต่เจอกับวันที่ร้อนที่สุดที่เคยเจอของพวกเขา แต่ยังเป็นวันที่ร้อนที่สุดที่พ่อแม่หรือปู่ย่าตายายของพวกเขาเคยเจอเช่นกัน

