‘มาครง’ เปิดปากครั้งแรก ดันพรรคสายกลาง-ฝ่ายซ้าย ตั้งรบ.ผสม

11.07.24 | 17:50 น.
AP

‘มาครง’ เปิดปากครั้งแรก ดันพรรคสายกลาง-ฝ่ายซ้าย ตั้งรบ.ผสม

เมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม นายเอมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส ได้กล่าวผ่านหนังสือถึงหนังสือพิมพ์ภูมิภาคเป็นครั้งแรก หลังจากการเลือกตั้งที่จัดขึ้นอย่างกระทันหันของฝรั่งเศส ซึ่งเป็นผลมาจากการพ่ายแพ้ของนายมาครงต่อพรรคเนชั่นแนล แรลลี่ (อาร์เอ็น) ในการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปที่ผ่านมา เรียกร้องให้พรรคการเมืองกระแสหลักที่เห็นคุณค่าความเป็นสาธารณรัฐร่วมมือกันจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งปกติแล้วหมายถึงไม่รวมพรรคซ้ายสุดโต่งหรือขวาสุดโต่ง มาครงไม่ได้ระบุชื่อพรรคหรือแนวร่วมใดๆ ชัดเจน เพราะในแนวร่วม NFP ที่ชนะเลือกตั้งมากที่สุด ก็ยังมีกลุ่มซ้ายสุดโต่งอยู่ด้วย จึงน่าจะรวมแค่พรรคฝ่ายซ้ายและพรรคฝ่ายกลางของเขาเท่านั้น

มาครงกล่าวว่า ขอให้ประชาชนชาวฝรั่งเศสมีความหวังในความสามารถของผู้นำในการบริหารประเทศ โดยยึดถือในเรื่องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ โดยเขายึดหลัก 3 ด้านได้แก่ ความเข้าใจ ความสมานฉันท์และความประณีประนอมในการตัดสินใจแต่งตั้งผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ดี คำร้องขอของเขามีขึ้นท่ามกลางค่านิยมทางการเมืองของทั้ง 3 พรรคที่แตกต่างกันค่อนข้างมาก

ผลการเลือกตั้งฝรั่งเศสที่ผ่านมา หลังจากที่พรรคสายกลางและพรรคฝ่ายซ้ายร่วมกันใช้ยุทธศาสตร์ในการถอดถอนผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งที่ได้คะแนนเป็นอันดับที่สามเพื่อไม่ให้ตัดคะแนนกันเอง เพื่อป้องกันไม่ให้พรรคขวาจัดสามารถจัดตั้งรัฐบาลเสียงข้างมากได้ แนวร่วม NFP ซึ่งเป็นพันธมิตรร่วมระหว่างพรรคฝ่ายซ้ายจัดและพรรคสังคมนิยม พรรคทางเลือกและพรรคคอมมิวนิสต์ ได้รับเก้าอี้มากที่สุดในสภา แต่ยังถือว่าไม่ได้ครองเสียงข้างมาก ขณะที่พรรคสายกลางของนายมาครงได้คะแนนเป็นอันดับที่ 2 และพรรคขวาจัด เนชั่นแนล แรลลี่ (RN) ได้คะแนนได้เป็นอันดับที่ 3

นักกฎหมายของพรรคฝ่ายซ้ายตอบกลับข้อเรียกร้องของนายมาครงว่า เขาควรจะยอมรับในการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของนักการเมืองปีกซ้าย และเคารพสิทธิในการจัดตั้งรัฐบาลของ NFP เพราะการดำเนินการด้วยวิถีทางอื่นๆ จะก่อให้เกิดปัญหาและเป็นอันตรายต่อระบอบประชาธิปไตย

Advertisement

ทั้งภาคเอกชน คณะผู้แทนสหภาพยุโรป และหุ้นส่วนความร่วมมือของฝรั่งเศสต่างจับตามองการตั้งรัฐบาลของฝรั่งเศส ซึ่งหนึ่งในแนวทางนั้นคือ การก่อตั้งพันธมิตรระหว่างรัฐบาลเสียงข้างน้อยและรัฐบาลเทคโนแครต นำโดยผู้ที่ไม่ได้สังกัดพรรคการเมืองได้ ซึ่งจะตัดสินใจในเรื่องผ่านร่างกฎหมายเป็นกรณีไป อย่างไรก็ดี มีโอกาสสูงมากที่จะเกิดรัฐบาลเสียงปริ่มน้ำขึ้น และจะเป็นความยากลำบากในการผ่านร่างกฎหมาย

ขณะที่จอร์จ บาร์เดลลา ผู้นำพรรค RN ฝ่ายขวาสุดโต่ง กล่าวว่า มาครงต้องโทษตัวเองที่ทำให้เกิดภาวะอัมพาตทางการเมือง แต่กลับบอกให้จัดการบางอย่าง ถือเป็นความไม่รับผิดชอบอย่างที่สุด